นพวกเรื่องงมงายแบบนี้มาด้วยล่ะ”
มีแต่ของบ้าๆ อะไรไม่รู้
“ฮัลโหล สวัสดีค่ะ” ซือฝูชิงรับสายที่โทรเข้ามาโดยไม่สนใจคนตรงหน้าอีกต่อไป “อืม ฉันเอง ทำไมเหรอคะ”
ไม่รู้ว่าทางฝั่งนั้นพูดเรื่องอะไร
“อ๋อ” จู่ๆ ซือฝูชิงก็หัวเราะด้วยเสียงเหนื่อยหน่าย “ถ้าใกล้ตายขนาดนั้น ฉันก็พอช่วยได้”
เธอหันหน้าไปยิ้ม “บนโลกนี้มีคนอยากเจอยมบาลตั้งเยอะแยะ คุณว่าไหมล่ะ”
สีหน้าของจั่วเสียนอวี้อึมครึม “ไม่รู้ผิดชอบชั่วดีเอาซะเลย!”
แต่ไหนแต่ไรมาจั่วเสียนอวี้วางสถานะคนที่จะเข้ามาสร้างปฏิสัมพันธ์ด้วยไว้อย่างชัดเจน
คนที่ไร้ประโยชน์กับเธอ เธอไม่มีทางเสียเวลาไปมาหาสู่สร้างปฏิสัมพันธ์ด้วยแน่นอน
และซือฝูชิงก็เป็นคนแบบนั้น
เธอกำลังเสียเวลาเปล่าอยู่จริงๆ
จั่วเสียนอวี้เองก็ไม่อยากเสียเวลาพูดมากกับซือฝูชิงแล้ว เธอจึงหิ้วกระเป๋าเดินจากไป
พอซือฝูชิงวางสายก็เดินทอดน่องไปขึ้นรถที่อยู่ด้านหลัง
เฟิ่งซานถามขึ้น “คุณซือ ทางฝั่งตระกูลจั่ว”
“ไม่ต้องไปสนใจ” ซือฝูชิงเอนหลังพิงเบาะ “ฉันมีของบางอย่างที่ยังอยู่กับพวกเขา รอพวกเขาคืนฉันมาหมดเมื่อไรค่อยว่ากัน”
เฟิ่งซานไม่ค่อยเข้าใจนัก “ก็แย่งมาเลยไม่ได้เหรอ”
“สถานการณ์ไม่เหมือนกัน มันไม่ใช่ของที่แย่งมาไ