่วไออย่างแรง พูดอย่างร้อนตัว “พี่ใหญ่ ผม ผม…”
“เอาเถอะ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว พูดอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์” จั่วเทียนเฟิงโบกมือ “ตอนนี้นายพูดมาซะดีๆ ว่าตกลงเกิดอะไรขึ้น นายสุขภาพแข็งแรงดีแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ผม…ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน” คุณชายสี่พยายามนึกย้อนกลับไป “สุขภาพของผมแข็งแรงมากก็จริง แถมแข็งแรงมากมาตลอด ใครจะรู้ว่าจู่ๆ เมื่อวานร่างกายจะอ่อนแอขึ้นมาชั่วขณะ เหมือนว่าแรงทั้งหมดในร่างกายถูกสูบออกไปจนหมด จากนั้นผมก็หมดสติไปเลย”
จากนั้นเขาก็พูดอย่างร้อนใจ “พี่ใหญ่เชื่อผมนะ เดือนนี้ผมเพิ่งเล่นครั้งแรกเอง ผมไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ได้”
“ขนาดนั้นเลย?” จั่วเทียนเฟิงชะงักไป จากนั้นก็สีหน้าเปลี่ยน “คงไม่ใช่เพราะ…”
เขาลุกขึ้นพรวด “นายพักผ่อนไปก่อน ฉันมีธุระ”
ทันใดนั้นจั่วเทียนเฟิงก็เดินออกไป พอเดินไปถึงมุมอับถึงหยิบนามบัตรของสองหนุ่มองเมียวจิของตระกูลฟูจิยามะออกมา
จากนั้นก็กดโทรออกตามเบอร์ที่อยู่บนนามบัตร
หลังจากมีเสียงรอสายดังขึ้นไม่กี่ที ปลายทางก็รับสาย
“ฮัลโหล อาจารย์หรือเปล่าครับ” จั่วเทียนเฟิงพูดเสียงนอบน้อม “อาจารย์ คืองี้ครับ ช่วงนี้เกิดเรื่องแปลกๆ ขึ้นในตระกูลจั่ว คงไม่ใช่ว่ามีใครทำอะไรตระ