ายเหตุแบบนั้นก็น้อยใจ “พี่สอง พี่จะว่าฉันทำไม”
จั่วเสียนอวี้อารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก “หุบปาก!”
ความคิดของเธอพันกันยุ่งเหยิง
ทุกคนในต้าซย่าย่อมรู้จักสามตระกูลชื่อดังเป็นอย่างดี
แต่ไม่ว่าจะเป็นคนในตระกูลมั่วหรือในตระกูลจีล้วนเป็นตระกูลที่พวกเขามิอาจเอื้อมถึงได้ทั้งสิ้น
แม้แต่ตระกูลอวี้ที่อยู่ชั้นแนวหน้าของเมืองซื่อจิ่วยังต้องได้รับอนุญาตจากตระกูลมั่วถึงจะเข้าจงโจวได้ ฉะนั้นจะนับประสาอะไรกับตระกูลจั่วแห่งเมืองหลิน
ตระกูลจีหายหน้าหายตาไปร้อยปี กระทั่งแทบไม่มีอิทธิพลใดๆ แล้ว
แต่ในเมื่อเป็นตระกูลในระดับเดียวกัน ฉะนั้นจะด้อยกว่าแค่ไหนกันเชียว
จั่วเสียนอวี้พยายามครุ่นคิดว่าตลอดสองปีที่ซือฝูชิงอยู่ต่างประเทศได้ไปมาหาสู่กับคนในตระกูลจีแห่งต้าซย่าหรือเปล่า
แต่คำตอบก็คือเป็นไปไม่ได้
มีความเป็นไปได้ที่ทางร้านอาจเอารูปมาจากอินเทอร์เน็ตแล้วปริ้นออกมาห่อติดบนกล่อง
พอคิดถึงตรงนี้ จั่วเสียนอวี้ก็ผ่อนลมหายใจอย่างช้าๆ จากนั้นก็กลับมาใบหน้าราบเรียบเหมือนเดิม “ไปกันเถอะ”
จั่วฉิงหย่ากระทืบเท้า หลังจากมองซือฝูชิงแวบหนึ่งด้วยท่าทีไม่เต็มใจก็ทำได้แค่ตามขึ้นรถไปเท่านั้น
ซือฝูชิงแกะกล่องด้านนอกออก หลังจากฉีกจนเป็นชิ้นเล