ันไม่มีเงินให้คุณไปซื้อถุงขยะหรอกนะ”
[ยัยแซ่หลินนั่นเริ่มทำเป็นใสซื่ออีกละ ทั้งๆ ที่อยากเห็นซือฝูชิงล้างเครื่องสำอาง ยังมีหน้ามาทำตัวไร้เดียงสาอีก]
[ต้องยกความสุดยอดนี้ให้ซือฝูชิง กล้าพูดว่าหลินชิงเหยียนเสแสร้งโต้งๆ แบบนี้เลยเหรอ]
[ซี๊ด…ฝีปากการด่าคนของซือฝูชิง เมื่อไรจะเปิดคอร์สสอนเนี่ย]
[ตลกจริงๆ ซือฝูชิงมีจุดไหนที่คู่ควรให้ชิงเหยียนต้องสู้ด้วย สถานะในวงการบันเทิงของพวกเขาสองคนแตกต่างราวกับฟ้ากับเหว!]
[เลิกรังแกคิดว่าชิงเหยียนของเราไม่มีแฟนคลับสักที ชิงเหยียนเดบิวต์มาตั้งเจ็ดแปดปีแล้ว ถือว่าเป็นรุ่นพี่ของซือฝูชิงด้วยซ้ำ เข้าใจคำว่าให้เกียรติกันบ้างไหม]
“ฉันย่อมเคารพความเต็มใจของเมนเทอร์ซืออยู่แล้ว” หลินชิงเหยียนใช้เล็บจิกตรงกลางฝ่ามือ “ไม่ทราบว่าเมนเทอร์อยากเดิมพันด้วยอะไรล่ะ”
ซือฝูชิงหัวเราะอย่างเกียจคร้านแล้วเงยหน้าขึ้น คำพูดยังคงเนิบนาบเหมือนเดิม “เดิมพันด้วยเด็กฝึกในมือของฉันจะสามารถคว้าตำแหน่งเดบิวต์ในตอนสุดท้ายได้ยังไงล่ะ”
“…”
พอประโยคนี้ถูกพูดออกไป ชั่ววินาทีนั้นทุกอย่างพลันตกอยู่ในความเงียบงัน
กระทั่งผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ที่อยู่ด้านหลังเวทียังตกตะลึงนิ่งค้าง
ตำแหน่งเดบิวต์มีทั้งหมดเก