ฝึกการต่อสู้มาเลยมักมองลูกไม้แผนการต่างๆ ไม่ออก แต่เหตุการณ์ที่มู่เหยี่ยจงใจชนสวี่ซีอวิ๋นเมื่อครู่ เธอกลับมองเห็นอย่างชัดเจน
“คนๆ นี้น่ารังเกียจชะมัด!” เธอสบถด่า “เหมือนครั้งก่อนตอนที่ฉันไปโรงแรมแล้วเห็นมีพวกแอนตี้แฟนคลับมาสาดน้ำกรดใส่ดาราเลย ฉันเกือบพลอยโดนไปด้วยแล้ว”
อวี้ซีเหิงเงยหน้าขึ้นพร้อมพูดด้วยเสียงเย็นชา “วันหลังห้ามไปในที่แบบนั้นอีก”
“ไม่ไปแล้วค่ะๆ” อวี้ถังใช้มือเท้าคาง “ฉันมีแค่ชิงชิงก็พอแล้ว”
เฟิ่งซานยกมือขึ้นกุมหน้าผาก
รายการหนุ่มสาววัยใสมีกลุ่มแฟนคลับมหาศาล บัตรเข้างานของรอบนี้ถูกแย่งซื้อเกลี้ยงนานแล้ว แม้แต่บัตรในมือของคนที่เก็บบัตรมาอัพราคาก็ยังขายเกลี้ยงไม่เหลือสักใบ
เฟิ่งซานรู้สึกว่าตัวเองเป็นถึงลูกหลานของตระกูลมั่วแต่กลับแย่งซื้อบัตรมาไม่ได้ เขาจึงรู้สึกละอายใจไม่น้อย
โชคดีที่อวี้ถังคลุกคลีอยู่ในวงการมานาน อีกทั้งมือยังเร็วมาก
เธอชิงบัตรมาได้สามใบ ดังนั้นพวกเขาจึงพากันแห่มาที่นี่
แต่แน่นอนว่าเฟิ่งซานไม่มีทางพูดออกไปว่า ตัวเองก็อยากมาดูเกาะติดขอบเวทีเหมือนกัน
หลังจากไม้ที่สามและไม้ที่สี่รับไม้ต่อกันเรียบร้อยแล้ว ระยะห่างก็ตีห่างกันมากขึ้นอีกครั้ง
“ที่หนึ่ง! กลุ่มของเซี่ยอวี้ได