ถ้าเป็นพวกเด็กฝึกที่ทางทีมงานต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ โปรดิวเซอร์ย่อมใส่ใจ
แต่เซี่ยอวี้น่ะเหรอ
เขาเป็นแค่เด็กฝึกทั่วไป
ไม่ได้เซ็นสัญญากับค่ายใด อีกทั้งไม่ใช่คนในตระกูลดัง แถมไม่มีเส้นสายในวงการบันเทิงอีกต่างหาก คู่ควรให้คนอย่างเขาต้องช่วยด้วยเหรอ
โปรดิวเซอร์อยู่ในวงการมาหลายปีจึงชินชากับการแก่งแย่งชิงดีแล้ว
ไม่เห็นว่าวิธีการจะดีอะไรมากมาย แถมน่าสะอิดสะเอียนสุดๆ
ถ้าเสื้อผ้าของเซี่ยอวี้หายก็คงทำได้แค่โทษว่าเขาโชคไม่ดีเอง คงโทษคนอื่นไม่ได้
โปรดิวเซอร์ดื่มน้ำอึกหนึ่งก่อนจะเปิดปากอีกครั้ง “จับตาดูความเคลื่อนไหวทุกอย่างบนโซเชียลไว้ให้ดี ถ้าพวกแฟนคลับเซี่ยอวี้ตอบโต้รุนแรง ก็บอกไปได้เลยว่าเซี่ยอวี้ทำเสื้อผ้าหายเอง”
ไม่อย่างนั้นมีแค่เสื้อผ้าของเซี่ยอวี้หายไปได้อย่างไร
พนักงานพยักหน้ารับ
หลังจากออกไปเขาก็อดถอดถอนหายใจไม่ได้
ตนนับถือเซี่ยอวี้มากจริงๆ แต่ก็จนใจ เพราะอำนาจคำขาดของทีมงานรายการไม่ได้ขึ้นอยู่กับตน
เรื่องนี้คงทำได้แค่ให้ความไม่เป็นธรรมกับเซี่ยอวี้แล้ว
**
หลังเวที ณ เวลานี้
“เธอห้ามปากโป้งพูดเรื่องนี้ออกไปเด็ดขาด!” จั่วฉิงหย่าวางมาดเผด็จการ “บอกแค่ว่าเสื้อผ้าหายก็พอ ได้ยินไหม”
หลินชิงเหยียนยิ้มอย่างเ