อาใจ “คุณหนูฉิงหย่าพูดเรื่องอะไรกัน ฉันไม่เห็นเสื้อผ้าสักตัว”
“ดีมาก เธอรู้ความใช้ได้” จั่วฉิงหย่าเชิดคางขึ้นอย่างผยอง “เธอชื่ออะไรนะ”ชั่วขณะนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของหลินชิงเหยียนพลันเรียบตึง แต่ไม่นานก็กลับมาเป็นปกติ “หลินชิงเหยียน”
“เอาเถอะๆ ฉันจะสนใจทำไมว่าเธอชื่ออะไร” จั่วฉิงหย่าปัดป่ายมือ “เธอจัดการเรื่องนี้ได้ไม่เลว รอฉันดูซือฝูชิงขายหน้าแล้วค่อยตบรางวัลให้เธอละกัน”
พอได้ยินแบบนั้น หลินชิงเหยียนก็หุบยิ้มไม่อยู่
จั่วฉิงหย่าหยิบโทรศัทพ์มือถือออกมาแล้วกดเบอร์โทรออก
หลังจากโทรติด เธอก็ฉีกยิ้มอย่างชั่วร้าย “ซือฝูชิง แกคิดจะอาศัยเด็กฝึกของแกยืนหยัดอยู่ในวงการบันเทิงงั้นสินะ ฉันจะบอกแกให้ว่าอย่าได้คิดเชียว!
รอดูเอาเถอะ วันนี้อย่าหวังว่าเด็กของแกจะได้ขึ้นโชว์เลย ในเมื่อล่วงเกินฉัน แกก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่ในวงการบันเทิง…อะไรนะ แกกล้าว่าฉันเหรอ แกมัน…!”
พอถูกปลายทางวางสายใส่ จั่วฉิงหย่าก็ขว้างโทรศัพท์มือถือทิ้งด้วยความโมโห
หลินชิงเหยียนเห็นทุกอย่างในสายตา
เธอลอบด่าในใจว่า ยัยโง่
ทำไมคุณหนูสามของตระกูลจั่วถึงไร้สมองได้ขนาดนี้
ทั้งๆ ที่เกิดมาจากแม่เดียวกัน ทำไมถึงแตกต่างจากคุณหนูสองจั่