ให้เป็นที่ขบขันซะแล้ว”
สีหน้าของอวี้เย่าเรียบเฉย “ไม่เป็นไรครับ”
ชนคนแล้วหนีเป็นอะไรที่ชั่วร้ายจริงๆ
เขารู้สึกผิดหวังอยู่บ้างที่ซือฝูชิงกลายเป็นคนอย่างนี้
“ถ้าอย่างนั้น ผมขอตัวก่อนดีกว่า” อวี้เย่าไม่ได้คิดจะอยู่ต่อ เขาลุกขึ้นยืน “ถ้าทางฝั่งตงซังติดต่อทางคุณจั่วมาก็ขอให้บอกผมหน่อยนะครับ ตระกูลอวี้จะต้องขอบคุณคุณเป็นอย่างดีแน่”
จั่วเทียนเฟิงยิ้มเสแสร้ง “ได้เลยครับ เชิญคุณชายอวี้”
แต่ในใจกลับกำลังยิ้มเยาะ
ถ้าเขาสามารถเข้าหาตระกูลฟูจิยามะแห่งตงซังได้ เขายังจะต้องการตระกูลอวี้อยู่อีกหรือ
อวี้เย่าออกจากบ้านตระกูลจั่วแล้วขึ้นรถ
เขากดโทรศัพท์เรียกไปยังคนผู้หนึ่งก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ฮัลโหล ฉันเอง ใช่ เรื่องที่ฉันให้นายสืบ…ยังไม่ได้เรื่องอีกเหรอ?”
อีกฝ่ายขอโทษขอโพยมาอีกสองสามคำก่อนที่การสนทนาจะจบสิ้นลง
อวี้เย่าระบายลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย
หญิงสาวที่อยู่กับอวี้ถังวันนั้นทำให้เขารู้สึกคุ้นนัก
เขาไปสืบดูเป็นพิเศษ
แต่สืบอย่างไรก็ไม่ได้ความ
ราวกับเบาะแสมันขาดไปเฉยๆ
อวี้เย่าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็ตัดสินใจว่าจะถามอวี้ถังทีหลัง
จากนั้นเขาก็ขับรถจากบ้านตระกูลจั่วไป
**
ทางฝั่งโรงพยาบา