งเกรงใจ “เชิญคุณสวี่กลับไปเถอะ พวกเราจะเก็บของแล้ว”
สวีรั่วถงหน้าแดงก่ำอย่างโมโห
ราวกับความอับอายทั้งหมดพุ่งปะทะเข้าใบหน้า โกรธเป็นฟืนเป็นไฟสั่นไปทั่วทั้งร่าง
เธออับอายจนระเบิดความโกรธออกมา “ฉันต่างหากที่ต้องดูแคลนพวกคุณ! ก็แค่แบรนด์เล็กๆ แม้แต่หน้าร้านยังไม่มีแต่ดันกร่างวางท่าใหญ่โต ฉันจะรอดูว่าต่อไปพวกคุณจะตีตลาดยังไง!”
เทียบหลานได้เหรอ?
เชิญเธอเธอยังไม่ไปเลย
สวีรั่วถงหิ้วกระเป๋าแล้วสะบัดหน้าเดินจากไป แผ่นหลังเต็มไปด้วยความอับอาย
ผู้กำกับภาพเองก็ไม่สนใจ เขาหันไปสั่งงานรองผู้กำกับไม่กี่ประโยค จากนั้นก็เดินกลับไปที่ห้องแคสติ้ง
ประจวบกับฝูซือชิงที่สวมหน้ากากกำลังเดินสวนออกมาพอดี
ผู้กำกับภาพเอ่ยถามอย่างนอบน้อม “ถ้าคุณซือมีเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติมก็ว่ามาได้เลยนะครับ”
ล้อเล่นน่า นี่เป็นคนที่เข้าตาชวีหลิงอวิ๋นเชียวนะ
เด็กปั้นของผู้กำกับชวีในวันหน้า
ถ้าเกิดโชคดีได้รับรางวัลเก๋อหลินเอินขึ้นมาละก็
ซือฝูชิงครุ่นคิด “ฉันกำลังถ่ายทำรายการอยู่ เรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากล้างเครื่องสำอาง ขอผู้กำกับช่วยบอกทุกคนว่าอย่าเพิ่งแพร่งพรายบอกให้ใครรู้แล้วกันค่ะ”
“คุณซือวางใจได้” ผู้กำกับภาพเอ่ย “ถ้าคุณมีเรื่องใดลำบาก