็นสัญญาเลยเถอะ”
ซือฝูชิง “…”
เธอพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองไว้ด้วยรอยยิ้มขณะพูด “ฉันมีดีแค่ใบหน้า การแสดงไม่ได้เรื่อง ผู้กำกับชวีเป็นคนทำอะไรลวกๆ แบบนี้เหรอ”
ชวีหลิงอวิ๋นแค่นเสียงเบาใส่ “แต่คนด้านนอกหน้าตาดูไม่ได้สักคน”
ซือฝูชิง “…”
เหตุผลใช้ได้ ทำเอาเธอจนใจจะตอบโต้กลับ
“ฉันมีแอนตี้แฟนเต็มวงการบันเทิง” ซือฝูชิงปฏิเสธอีกครั้ง “ถ้าแบรนด์ของพวกคุณเลือกฉัน นอกจากจะตีตลาดไม่ได้แล้วยังจะพลอยโดนพวกแอนตี้แฟนโจมตีไปด้วย”
“วงการบันเทิงเหรอ?” พอได้ยินประโยคนี้ ชวีหลิงอวิ๋นก็ยิ้มเยาะอย่างไม่สบอารมณ์ “เมื่อก่อนมันควรเรียกว่าวงการศิลปิน และผมต้องการนักแสดงที่แท้จริง ไม่ใช่ดาราทั่วไป
แบรนด์ลูกของหลานคงไม่ถึงขั้นต้องอาศัยดารามาเป็นพรีเซนเตอร์เพื่อเพิ่มยอดขายหรอกมั้ง”
นี่ก็คือพลังและอำนาจของหลาน
แบรนด์เสื้อผ้ามีระดับอย่างหลาน เกรงว่าแม้แต่ดาราชั้นแนวหน้ายังต้องอ้อนวอน แต่ไม่ใช่ถูกหลานเชิญมาแบบนี้
“คุณออกไปก่อน” ชวีหลิงอวิ๋นโบกมือไปทางผู้กำกับภาพ “เดี๋ยวไปบอกคนข้างนอกว่าไม่ต้องสัมภาษณ์แล้ว บอกให้พวกเขากลับไปได้เลย”
ตอนที่ผู้กำกับภาพเดินออกไปยังดูมึนงงอยู่บ้าง
ภายในห้องเหลือเพียงเขาและเธอสองคน
บรรยากาศตกอยู่ใน