หลิงอวิ๋นสูงเฉียดฟ้า มีดารามากหน้าหลายตาอยากเกาะเขาหวังว่าจะได้ร่วมแสดงหนังที่เขาเป็นผู้กำกับแล้วโลดแล่นโบยบินอยู่ในวงการบันเทิง
แต่สามปีมานี้เขาเก็บตัวเอาแต่ออกแบบเครื่องประดับกับเสื้อผ้า กระทั่งไม่ได้ถ่ายหนังมานานมากแล้ว
พูดถึงก็น่าเสียดายเหมือนกัน
แน่นอนว่าทีมงานจะแพร่งพรายเรื่องที่ชวีหลิงอวิ๋นมาเองให้ใครรู้ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นคงเกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตตามมาแน่ๆ
ซือฝูชิงหรี่ตามองทีมงานสองวินาทีก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยท่าทีเนิบนาบ จากนั้นก็ส่งข้อความไปหาเจียงฉังหนิงที่กำลังรออยู่ด้านนอก
[ฉันกลับเลยได้ไหม ยังไงฉันก็ไม่โดนเลือกอยู่แล้ว ถ้ามาเสียเที่ยวแบบนี้สู้รีบกลับไปยังจะดีกว่า แถมยังได้กินหม้อไฟด้วยกันสักมื้อด้วย]
เจียงฉังหนิง : [ไม่ได้ อย่างมากก็แค่ทำเค้กข้าวโอ๊ตมัจฉะให้เธอสักกล่อง]
เวลานี้ซือฝูชิงถึงตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดทันที
[ตกลง]
มีของอร่อยๆ กินแล้ว
มีความสุขจังเลย
หลังจากตกลงกันเรียบร้อย ซือฝูชิงก็วางมือถือแล้วเงยหน้าขึ้น “มีห้องส่วนตัวหรือห้องแต่งหน้าไหม”
เพราะพวกทีมงานอารมณ์ไม่ดีจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันใส่ “บอกแล้วว่าตรงนี้มีน้ำอุ่น ล้างเครื่องสำอางออกเลยไม่ได้หรือไง”
“หน้าตาน่าเกลียด” ซื