ไว้”
ซือฝูชิงเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง จากนั้นก็ล้วงหยิบแอปเปิลลูกหนึ่งออกมากัด “ทำงานต้องมีจรรยาบรรณ”
“เมนเทอร์ซือมีจรรยาบรรณมากจริงๆ” ขายาวของเซี่ยอวี้ยื่นก้าวออกไปพร้อมฉีกยิ้ม “แวะมาตอนดึกขนาดนี้ยังลำบากแต่งหน้ามาด้วยอีก”
“อืม” ซือฝูชิงลูบคาง “ฝีมือการแต่งหน้าของฉันดีมากเลยใช่ไหมล่ะ”
สวี่ซีอวิ๋นฝืนใจเอ่ยชม “เก่งที่สุดในโลกแล้ว”
เซี่ยอวี้หลุดหัวเราะเสียงเบาออกมา
จากนั้นพวกเขาสามคนก็ออกไปกินมื้อดึกย่านการค้าด้านนอก
“ขอบคุณที่จริงใจกับฉันนะ งั้นฉันไปก่อนละ” หลังจากซือฝูชิงกินเสร็จก็ลุกขึ้น “ถ้ากลับไปมีใครรังแกพวกนายอีก จำไว้ว่าให้โทรหาฉัน”
นัยน์ตาของเซี่ยอวี้แฝงความใคร่รู้ “ดึกขนาดนี้แล้ว เมนเทอร์ซือจะไปทำอะไรอีกเหรอครับ”
“ทำอาชีพไอดอลเสร็จก็ไปเป็นบอดี้การ์ดต่อ” ซือฝูชิงดูเวลาครู่หนึ่ง “ฉันไปตระเวนแถวๆ บ้านเจ้านายสักหน่อย แล้วถือโอกาสเกี้ยวลูกน้องที่แสนน่ารักซื่อบื้อด้วยเลย”
สวี่ซีอวิ๋นหันมามองด้วยท่าทีมึนงง “พี่เซี่ย เกี้ยวคนแปลว่าอะไรเหรอ”
เซี่ยอวี้เอ่ยพลางขยับข้อมืออย่างไม่ใส่ใจ “ก็แปลว่าแอ๊วคนไงล่ะ”
สวี่ซีอวิ๋น “…”
ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไรเลย
**
ซือฝูชิงขี่รถจักรยานสาธารณะ พลางล้างเครื่องสำอาง