ระหว่างเดินทางจากค่ายฝึกไปยังคฤหาสน์ของอวี้ซีเหิง
ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่ม ท้องฟ้าย่อมมืดสนิท
หลังจากที่เธอล็อกรถจักรยานเสร็จก็เดินเข้ามาด้านใน ใบหูพลันขยับก่อนจะพุ่งเข้าจับร่างเงาที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดทันที
คนๆ นั้นไม่รู้ว่าตนถูกเห็นเข้าแล้ว
ซือฝูชิงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าไปประชิดด้านหลังของคนๆ นั้นอย่างว่องไวแล้วใช้ทั้งสองแขนล็อกแผ่นหลังนั้นไว้
เธอเอ่ยเสียงเย็นยะเยือก “แกเป็นใคร”
ถึงแม้จะเคลื่อนไหวเสียงเบา แต่หูของคนในคฤหาสน์กลับดีเหลือเกิน
เฟิ่งซานรีบพุ่งออกไป พอเห็นซือฝูชิงกำลังจับกุมร่างของใครสักคนอยู่ก็ถามเสียงสูง “ใครกัน”
“อาเก้า ฉันเอง! เจ็บๆ…” จากนั้นก็มีเสียงร้องโอดครวญดังขึ้น “ฮือๆ เจ็บชะมัด เธออ่อนโยนกับฉันหน่อยสิ”
ซือฝูชิงผงะไปแล้วคลายมือออกตามจิตใต้สำนึก
เฟิ่งซานเปิดไฟในสวนดอกไม้
พอแสงไฟสาดกระทบดวงหน้าของสาวน้อยก็เผยให้เห็นดวงตาสีดำขลับสุกใสที่กำลังมึนงงครู่หนึ่ง
เพราะความเจ็บปวดก่อนหน้านี้ ทำให้ขนตามีไอน้ำเกาะอยู่ ดูท่าทางน่าสงสารมากทีเดียว
เฟิ่งซานตกตะลึงเล็กน้อย “อวี้…คุณหนูอวี้ถัง”
“โอ๊ยๆ เฟิ่งซาน ฉันเอง! ไม่เจอกันนาน หล่อขึ้นอีกแล้ว” ไม่นานอวี้ถังก็ลืมความเจ็บปว