ช่วงเสียงเขียนอยู่เต็มลงกับโต๊ะและยิ้มบาง “นายบอกว่านายรับหน้าที่เป็นโวคัล (ร้องนำ) คงรู้ใช่ไหมว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการร้องเพลงคือลมหายใจ แต่ยังร้องเพลงออกมาแบบนี้ นายมีสิทธิ์อะไรบอกว่าตัวเองร้องเพลงเป็น
ในฐานะเมนเทอร์ ฉันให้เอฟนาย นายกล้าไม่พอใจ?”
เธอนั่งอยู่ตรงนั้น ปลายหางตาชี้ขึ้น ดวงตาระยิบระยับราวกับลมฤดูใบไม้ผลิ
ทั้งๆ ที่เธอไม่มีท่าทางก้าวร้าวหรือโจมตีใดๆ แต่มันกลับทำให้คนอื่นรู้สึกกดดันได้อย่างมาก
“…”
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะในห้องประเมิน
แม้แต่หลีจิ่งเฉินเองก็ตกใจเล็กน้อย
ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าซือฝูชิงมีความสามารถมากน้อยแค่ไหน
หลีจิ่งเฉินไม่เคยคาดหวังว่าเธอจะสามารถพิพากษ์วิจารณ์อะไรที่มีประโยชน์ได้อยู่แล้ว แค่ขอให้เธอไม่สร้างปัญหาก็พอ
ใครจะไปรู้ว่าเธอจะฟังโน้ตทุกตัวออกได้ทันที แถมยังจำได้แม่นยำขนาดนั้นด้วย
ถ้าไม่เคยเรียนขับร้องมาโดยเฉพาะ หูก็คงไม่ไวขนาดนี้
คนที่คาดไม่ถึงที่สุดก็คือมู่เหยี่ย เขาตัวแข็งทื่อไปหมดแล้ว
เหงื่อเย็นไหลออกมาจากแผ่นหลังของเขาภายใต้การจับจ้องของซือฝูชิง แข้งขาอ่อนแรงเล็กน้อย “…ไม่ ไม่ครับ”
“ไม่ก็ดี” ซือฝูชิงหลุบตาลง “ฉันจะไม่ลงรายละเอียดเกี่ยวกับการเต้นของ