องอะไรขึ้นเหรอ”
“พูดถึงเรื่องนี้” ซือฝูชิงตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจเท่าไร “ก็แค่ทำให้มือขวาของจั่วจงเหอพิการเท่านั้นเอง”
คำว่า ‘เท่านั้นเอง’ อื้ออึงอยู่ในหูเฟิ่งซานหลายพันรอบ ชวนให้เขารู้สึกอกสั่นขวัญผวา
ความขัดแย้งระหว่างตระกูลจั่วกับซือฝูชิงลึกซึ้งแค่ไหน คนในเมืองหลินต่างรู้ดี
ความจริงเพราะเป็นห่วงซือฝูชิง พวกเขาเลยมาที่นี่
ดูท่าทางพวกเขาจะมาเสียเที่ยวแล้วจริงๆ
“เจ้านาย คุณเป็นเจ้านายที่ดีมากจริงๆ ไม่เพียงแต่จ่ายค่าประกันสังคมให้พนักงาน แต่ยังรับประกันความปลอดภัยของพนักงานอีกด้วย” ดวงตาจิ้งจอกของซือฝูชิงกะพริบปริบๆ จากนั้นก็ยกมือทั้งสองข้างไหว้อีกครั้ง “ฉันรักเจ้านายจริงๆ นะคะ”
เฟิ่งซานทนฟังไม่ไหวอีกต่อไป เขาขับรถด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
อวี้ซีเหิงไม่พูดให้มากความ “ต้องถึงกี่โมง”
“ถึงแปดโมงครึ่งก็ได้” ซือฝูชิงลูบท้องอย่างไม่คิดเกรงใจ “หิวแล้ว ฉันขอกินข้าวเช้าก่อนได้ไหม”
“…”
…
หลังจากนั้นไม่กี่นาทีรถก็มาเทียบจอดตรงหน้าร้านขายโจ๊กและซาลาเปา
ที่นี่ห่างจากตัวเมืองค่อนข้างไกล ในร้านจึงมีคนไม่มากนัก
เฟิ่งซานมองซือฝูชิงที่สั่งซาลาเปาสามเข่งกับโจ๊กข้าวเหนียวสีดำหนึ่งถ้วยมากินคนเดียวอย่างตกตะลึง
อวี้ซีเหิงยังคงมีสีหน้าเร