องมารยาทมาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งสู้รบปรบมืออยู่ในบริษัทจั่วกรุ๊ปถึงสามปี จึงแตกต่างจากจั่วฉิงหย่าที่ถูกยั่วโมโหได้ง่าย
“พ่อบ้าน ช่วยไปเอาเครื่องนวดที่ฉันซื้อใหม่มาที” จั่วเสียนอวี้กล่าว “ชิงชิงเหนื่อยแล้ว ให้พักสักหน่อยแล้วกัน”
ซือฝูชิงเอนตัวลงบนโซฟาแล้วปล่อยให้จั่วเสียนอวี้ใช้เครื่องนวดนวดให้เธอไป
คุณนายจั่วมองด้วยท่าทีไม่พอใจแต่เพราะเรื่องมรดกจึงพยายามอดกลั้นอารมณ์ไว้
“วันนี้เรียกเธอมาเพราะเรื่องพินัยกรรมของคุณปู่” จั่วเทียนเฟิงแววตาขึงขังแต่ยังถือว่าพูดจาอ่อนโยนอยู่บ้าง “คุณพ่อยกเย่ว์หลานจิวเวลรี่และหุ้น 8% ของจิงเฉิงพร็อพเพอร์ตี้ให้เธอ แต่เธอเองก็รู้ดีว่าเธอไม่ใช่คนช่ำชองเรื่องทำธุรกิจ
เพราะฉะนั้นฉันจะให้เงินเธอห้าล้านแล้วเธอก็โอนสิ่งเหล่านี้มาให้ฉัน วันหลังถ้าเธอต้องการความช่วยเหลืออะไร ฉันจะช่วยเธอแน่นอน”
ซือฝูชิงมองพินัยกรรมบนโต๊ะแวบหนึ่ง หางตาเชิดขึ้นดึงให้ดวงตาจิ้งจอกยิ่งดูงดงาม “ห้าล้าน?”
ถึงแม้เธอจะไม่ได้เรียนพวกบริหารธุรกิจมา แต่เธอรู้ดีว่ามูลค่าของบริษัทนี้สูงมากเพียงใด
ห้าล้านยังไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าบริษัทเลยด้วยซ้ำ
“พี่ใหญ่ แบบนี้พี่ออกจะไร้ศีลธรรมไปหน่อยมั้ง” คุณชายรองของ