รงข้างหูก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้ม “ถ้าขอร้อง ฉันก็จะกลับไป”
หลังจากนั้นปลายสายก็มีเสียงตึงดังแว่วมา ตามด้วยเสียงตัดสายตู้ดๆ ทันที
ซือฝูชิงบล็อกเบอร์โทรศัพท์ เอ่ยเสียงเรียบ “ความอดทนมีแค่นี้?”
เธอยัดโทรศัพท์เก็บเข้ากระเป๋ากางเกงพลางมุ่นคิ้ว
ตระกูลจั่วอยากให้เธอกลับไปในเวลานี้ต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับมรดกของท่านผู้เฒ่าจั่วแน่นอน คิดว่าสมบัติที่ยกให้เธอคงมีไม่น้อย
เธอสงสัยว่าการตายของท่านผู้เฒ่าจั่วดูผิดปกติ
แต่ในขณะเดียวกันก็นึกประหลาดใจว่าทำไมท่านผู้เฒ่าจั่วถึงดีกับเธอมากขนาดนี้
คงต้องหาข้ออ้างไปดูร่างของท่านผู้เฒ่าจั่วหน่อยแล้ว
ซือฝูชิงเอนหลังพิงกำแพง เหม่อมองท้องฟ้าพลางขบคิด ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อเธอ “คุณซือ”
พอหันไปก็เห็นรถเก๋งซีดานสีดำสนิทคันหนึ่งจอดอยู่ตรงหน้า
เมื่อกระจกลดลงก็เห็นเฟิ่งซานนั่งอยู่ฝั่งคนขับ
เขาเห็นซือฝูชิงแบกอุปกรณ์โลหะกองโตไว้ด้านหลัง อีกทั้งในนั้นยังมีค้อนยักษ์ด้ามหนึ่งอีกด้วยเขาเงียบไปสักครู่ก่อนเอ่ยถาม “คุณซือมาที่นี่…”
“อ๋อ” ซือฝูชิงถอนหายใจ “กำลังคิดอะไรพลางดื่มด่ำกับทิวทัศน์อยู่ ถึงขนาดรู้สึกอยากแต่งกลอนด้วยเลยเนี่ย โทษทีๆ”
เฟิ่งซาน “…”
“ไ