ไรอีก จากนั้นก็รีบเดินไปเอาเอกสารที่ห้องหนังสือไม่กี่ฉบับก่อนออกจากบ้านไป
…
เวลาห้าโมงเย็น พระอาทิตย์ยังคงลอยเด่นบนฟากฟ้า
ช่องว่างระหว่างชั้นเมฆมีแสงสีทองอร่ามส่องสว่าง ไม่ต่างจากแสงไฟสีแดงเพลิงในโคมกระดาษสีขาว
ยามลมพัดพาทำเอาชั้นเมฆลอยหมุนตลบราวกับระลอกคลื่นในทะเล
ซือฝูชิงเดินอยู่บนถนน คิดแต่อยากจะวางถ้วยสักใบแล้วนั่งเคาะปลาไม้เป็นขอทานเหลือเกิน
เพราะเธอจนมากจริงๆ
เธอใช้เงินในบัตรธนาคารส่วนตัวเช่าห้องพักที่ตั้งห่างจากใจกลางเมืองราวสิบกิโลเมตร ตอนนี้เหลือเงินติดตัวเพียงหนึ่งพันห้าร้อยเท่านั้น
ไอดอลคนหนึ่งเดินมาถึงขั้นนี้ได้ก็ออกจะน่าเวทนาเกินไปแล้ว
ผ่านไปอีกไม่กี่วันเธอคงจะไม่มีเงินแม้แต่ซื้อโค้กกินด้วยซ้ำ
แบบนี้มันไม่ดีเอาเสียเลย
อีกอย่างเธอยังต้องคิดหาวิธีไปหาร่างของท่านผู้เฒ่าจั่วให้ได้
ซือฝูชิงมุ่นคิ้วแล้วมองดูเวลา จากนั้นก็เดินไปซื้อของใช้จำเป็นในซูเปอร์มาร์เก็ตฝั่งตรงข้าม
เบื้องหน้ามีรถสีดำสนิทคันหนึ่งจอดอยู่
ไม่มีป้ายทะเบียน แม้แต่ยี่ห้อก็ไม่มี
เสิ่นซิงอวิ๋นเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อด้านข้างแล้วเปิดประตูรถ “สือเหยี่ยน มีเบาะแสแล้ว”
“หืม” ชายหนุ่มที่นั่งตรงตำแหน่งด้านข้างคนขับกลับไม่