สียงยังคงก้องกังวาน เตาหลอมแห่งภัยพิบัติก็ค่อย ๆ เก็บงำพลังลมปราณ ม่านฟ้ารัตนการในบริเวณนี้เริ่มกลับมาปกคลุมชั้นฟ้าอีกครั้ง
ในเวลาเดียวกัน ลูเยี่ยพลันเหลือบไปเห็นแสงสีทองเจิดจ้าปะทุขึ้นจากที่ไกลลิบ ทะลุผ่านม่านฟ้ารัตนการออกมา และในอีกทิศทางหนึ่ง มีแสงวิถีแห่งโลหิตที่น่าหวาดหวั่นพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ฉีกกระชากม่านฟ้ารัตนการจนขาดวิ่น แม้จะอยู่ห่างไกลกันลิบลับ ทว่ายามที่แสงศักดิ์สิทธิ์ที่แตกต่างกันทั้งสองนี้ปรากฏขึ้น ก็ยังทำให้ลูเยี่ยรู้สึกใจสั่นสะท้าน สัมผัสได้ถึงภัยอันตรายอย่างรุนแรง หรือว่าพลังลมปราณทั้งสองสายนั้นจะมาจากตัวตน ‘ปีศาจเฒ่าที่ไม่ยอมตาย’ ที่น่าสะพรึงกลัว?
“กระตุ้นพวกปีศาจเฒ่าไม่ยอมตายเหล่านั้นให้ตื่นขึ้นมาจริงๆ ด้วย!” เสียงชราเร่งเร้า “รีบไปเสียเถิด ถ้าไม่ไปตอนนี้ก็จะสายเกินไปแล้ว”
“อืม ไว้วันหน้าข้าค่อยมาเยี่ยมเจ้าใหม่” ลูเยี่ยกล่าว
“หึ ๆ หวังว่าเจ้าจะไม่มาที่นี่อีกในอนาคต! เมื่อใดที่เจ้าปรากฏตัว เขตหวงห้ามลึกลับที่หกนี้จะต้องเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่อย่างแน่นอน!” น้ำเสียงชราแสดงความรังเกียจอย่างชัดเจน
ลูเยี่ยไม่ได้ถือสา เขาแย้มยิ้มพลางถามว่า
“ว่าแต่ข้าควรเรียกขานท่านว่าอย่างไรดี? คงไม่ใช่เจอกันทีไรก็เรียกว่าตาเฒ่าทุกครั้งหรอกนะ?”
เสียงชราตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์
“เรียกข้าว่าเหลามู่ก็พอแล้ว! รีบไสหัวไปได้แล้ว ข้ายังต้องไปปราบพลังลมปราณของพวกปีศาจเฒ่าไม่ยอมตายเหล่านั้นอ