นอยู่ตรงนั้น มองลงมาที่พยัคฆ์ขาวเจ้าขุนเขา “ส่วนข้าจะได้ลิ้มรสจิตเทวะของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว”
นี่ไม่ใช่เพียงคำขู่ ทันทีที่เสียงพูดดังขึ้น นักพรตพิการก็ลงมือทันที เขาวาดนิวดุจใบมีดกรีดลงไปเบา ๆ ร่างกายของพยัคฆ์ขาวเจ้าขุนเขาก็ปรากฏรอยแผลที่มีเลือดไหลนองทันที เขาคิดจะถลกหนังเสือออกมาจริงๆ!
แต่พยัคฆ์ขาวเจ้าขุนเขากลับหัวเราะออกมา “ที่แท้นักพรตพิการอย่างเจ้าลงมือเองก็ยังทำอะไรสหายลูไม่ได้งั้นหรือ เช่นนี้ข้าก็วางใจแล้ว”
ท่าทางที่สงบนิ่งและไร้ซึ่งความหวาดกลัวนั้นทำให้นักพรตพิการขมวดคิวแน่น กลิ่นอายสังหารในดวงตาพุ่งทะยานถึงขีดสุด เขาวาดปลายนิ้วซ้ำ ๆ กรีดลงบนร่างของพยัคฆ์ขาวเจ้าขุนเขาให้เกิดรอยเลือดมากมาย มุ่งหมายจะถลกหนังเสือที่สมบูรณ์ออกมาให้ได้
ภาพอันโหดเหี้ยมนั้นทำให้บรรดาสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวที่อยู่ใกล้เคียงรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง พยัคฆ์ขาวเจ้าขุนเขาที่แข็งแกร่งถึงเพียงนั้นกลับต้องตกเป็นนักโทษใต้เท้าผู้อื่น ถูกสังเวยตามใจชอบ!
นอกเหนือจากความคาดหมายของทุกคน พยัคฆ์ขาวเจ้าขุนเขายังคงสงบนิ่งตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีเสียงโอดครวญไม่มีการวิงวอนขอชีวิต ความสงบนั้นเป็นความสุขุมราวกับพร้อมที่จะเผชิญความตาย! สิ่งนี้กลับยิ่งกระตุ้นโทสะของนักพรตพิการให้โกรธมากขึ้น
“สิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดก็คือพวกโง่เขลาหัวรั้นเช่นเจ้านี่แหละ!” แววตาของนักพรตพิการอำมหิตยิ่งนัก เขาเงยหนามองท้องฟ้า “ไม่ว่าลู