สียงกระแสจิตด้วยความกังวล เบื้องหน้ามีศัตรูรายล้อมรอบอยู่ ทั้งยังมีนักพรตพิการคอยกุมสภาพการณ์ ย่อมไม่มีหนทางที่จะฝ่าวงล้อมไปได้เลย ส่วนด้านหลังยังมีสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวกว่าสิบตนไล่ล่าอยู่ สามารถกล่าวได้ว่าพวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ถูกล้อมอีกครั้ง
“บุกฝ่าไป!” ในขณะนี้ผู้พิทักษ์สุสานตัดสินใจอย่างเด็ดขาด “ข้าไม่เชื่อหรอกว่านักพรตพิการผู้นี้จะไม่เกรงกลัวต่อหายนะมหาวิถี”
แววตาของไก่ห้าสีสั่นไหวอย่างรุนแรง ลูเยี่ยมองออกว่าไก่ห้าสีกำลังลังเล เห็นได้ชัดว่ามันถูกข่มขวัญจนตกใจ! ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายของลูเยี่ยก็เกิดขึ้น ไก่ห้าสีขบกรามแน่นพลางสบถออกมาว่า
“ช่างเถอะ ในเมื่อไม่มีทางถอยแล้ว ก็มีแต่ต้องสู้ตายเท่านั้น!”
ลูเยี่ยอดที่จะมองด้วยสายตาใหม่ไม่ได้ การตัดสินใจของไก่ห้าสีครั้งนี้อาจเพราะถูกสถานการณ์บีบบังคับ แต่ไม่ว่าอย่างไรความกล้าหาญเช่นนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะมี และนับว่าหาได้ยากยิ่ง!
ตูม! สิ้นเสียงสนทนา ผู้พิทักษ์สุสานได้ลงมือแล้ว โจมตีไปด้านหน้าทันที ไก่ห้าสีก็ตัดสินใจเด็ดขาด สำแดงเคล็ดวิชาลับแลกชีวิตเพื่อร่วมมือกับผู้พิทักษ์สุสานลงมือพร้อมกัน ส่วนลูเยี่ยสะบัดมือ ลูกธนูหักซื่อจิพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
บนยอดขุนเขาโครงกระดูก นักพรตพิการเงยหน้ามองท้องฟ้า ในสายตาของเขา ลูกธนูหักกรีดผ่านม่านฟ้าอันมืดมิด เตาหลอมแห่งภัยพิบัติรูปร่างอันคุ้นเคยนั้นก็ปรากฏออกมา
ในชั่วพริบตานั้น ความอ