ูเยี่ยใช้ลูกธนูหักซื่อจิออกมาในทันที มันกรีดผ่านม่านฟ้าอันมืดมิดออกไป แสงสว่างปรากฏขึ้นขับไล่ความมืดที่ปกคลุมทั่วทั้งฟ้าดิน เตาหลอมแห่งภัยพิบัติปรากฏขึ้นอีกครั้งจากส่วนลึกของรอยแยกมืดบนท้องฟ้านั้น
สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวทั้งสิบเหล่านั้นต่างเปลือกตากระตุก หัวใจสั่นสะท้านและเฝ้าระวังอย่างถึงที่สุดทันที ใครเล่าจะลืมได้ว่าเทพวานรทมิฬ ปักษาร้ายสีทอง ต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้า และงูยักษ์สีเขียวนั้นตายไปอย่างไร?
ตูม!
สถานการณ์การต่อสู้ทวีความดุเดือด ผู้พิทักษ์สุสานพยายามหาทางแหวกวงล้อมมาตลอด แต่เมื่อนางเคลื่อนที่ไปข้างหน้าผ่านนภา สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นก็เคลื่อนที่เช่นกัน คอยรักษาระยะห่างระหว่างพวกเขากับผู้พิทักษ์สุสานอยู่ตลอดเวลา! จากที่ไกล ๆ มองเห็นวงล้อมที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวกว่าสิบตน ยังคงไล่ตามผู้พิทักษ์สุสานไปตลอดทาง การโจมตีล้อมแบบนี้ช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก เพียงแค่อานุภาพทำลายล้างที่ปล่อยออกมา ก็ทำให้ภูเขามากมายถล่มทลายแตกออก ทุกที่ที่ผ่านไปห้วงอวกาศแตกสลาย พื้นแผ่นดินแยกราวกลายเป็นเถ้าถ่าน และผู้พิทักษ์สุสานที่ยังไม่สามารถทะลวงวงล้อมออกมาได้ ยังคงต้องทนรับการโจมตีจากทุกทิศทาง!
ในที่สุด ลูกธนูหักซื่อจิก็ย้อนกลับมาจากท้องฟ้าพร้อมกับชักนำลำแสงแห่งหายนะ ในชั่วขณะนี้ ความเร็วของผู้พิทักษ์สุสานก็พุ่งขึ้นอย่างฉับพลัน สิ่งที่ขวางอยู่เบื้องหน้าคือนกสีทองตัวหนึ่งที