ึงสถานการณ์ในเขตหวงห้ามลึกลับที่สี่อยู่บ้าง เหยาเวยถาม
“เศษชิ้นส่วนทองสำริดชิ้นนี้ก็ดูแปลกประหลาดนัก เจ้าได้มันมาจากที่ใด?”
“ท่านผู้อาวุโสผู้พิทักษ์สุสานมอบให้”
ลูเยี่ยอธิบายสั้น ๆ เศษชิ้นส่วนทองสำริดชิ้นนั้นและ ‘สมบัติตกทอดแห่งเทียนจิน’ ล้วนมีความพิเศษเหมือนกัน และในยามนี้มันถูกดาบพิชิตมารมองว่าเป็น ‘อาหาร’ ดูภายนอกเหมือนกำลังลับดาบ ทว่าแท้จริงแล้วมันกำลังกลืนกินพลังจากเศษชิ้นส่วนทองสำริดเพื่อซ่อมแซมตนเองอยู่
ลูเยี่ยรับรู้มานานแล้วว่าดาบพิชิตมารสามารถขัดเกลาเอาจิตวิญญาณจากสมบัติชิ้นอื่นมาซ่อมแซมรากฐานที่เสียหายหนักของตนเองได้ ในช่วงที่ผ่านมาสมบัติล้ำค่าส่วนใหญ่ที่เขาเก็บรวบรวมได้ ถูกดาบพิชิตมาร ‘เขมือบ’ ไปจนเกือบหมด อย่างไรก็ตาม เศษชิ้นส่วนทองสำริดชิ้นนี้พิเศษและล้ำค่าเกินไป ดาบพิชิตมารจึงทำได้แค่ค่อย ๆ กัดกินทีละน้อย เหมือนกับการลับดาบเท่านั้น
“มิน่าเล่า”
เหยาเวยเอ่ย
“หากเป็นในเขตหวงห้ามลึกลับที่หกนี้ สมบัติล้ำค่าเช่นนี้นับว่าหายากมาก”
“ท่านผู้อาวุโสมีธุระกับข้าหรือ?”
ลูเยี่ยสังเกตเห็นว่าเหยาเวยไม่ได้เพียงแค่มาสนทนาฆ่าเวลาเท่านั้น
เหยาเวยกล่าว
“วิหารจักรพรรดิเบญจธาตุกำลังจะถูกปิดผนึกในวันนี้ และจะหายไปจากเขตหวงห้ามลึกลับที่หกอย่างสิ้นเชิง และในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมา อาจื่อยังคงอยู่ในขั้นตอนการปลุกพลังสายเลือดและยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมา ข้าจึงมาเตือนเจ้าว่าหากเจ้าจะจากไปในวันนี้