าเพียงปรารถนาจะปูทางข้างหน้าให้กับบุตรหลานเท่านั้น!”
ผู้พิทักษ์สุสานประหลาดใจ
“ข้ามองไม่ออกเลยว่าเจ้าจะให้ความสำคัญกับสหายน้อยลูมากถึงเพียงนี้”
พยัคฆ์ขาวเจ้าขุนเขาเงยหน้ามองท้องฟ้า
“การต่อสู้ที่เกิดขึ้นที่นี่เมื่อครู่นี้ ข้าเห็นทุกอย่างด้วยตาตนเอง มีหรือจะไม่เข้าใจว่าเด็กหนุ่มที่สามารถสลายพลังหายนะของเตาหลอมแห่งภัยพิบัติได้นั้นจะล้ำเลิศเพียงใด?”
ผู้พิทักษ์สุสานยังคงกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย
“แต่ตอนนี้เขาเพิ่งจะมีพลังบำเพ็ญขอบเขตทะเลทองคำเท่านั้น”
พยัคฆ์ขาวเจ้าขุนเขากล่าวว่า
“มหาวิถีนั้นยาวไกลกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ก็เพราะสหายน้อยลูมีพลังบำเพ็ญอ่อนด้อยในตอนนี้ จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างสัมพันธ์ต่อกัน หากเขามีพลังบำเพ็ญสูงส่งเทียบเท่ากับเจ้าและข้า จะยังมีโอกาสเช่นนี้อีกหรือ?”
กล่าวถึงตรงนี้พยัคฆ์ขาวเจ้าขุนเขาก็ถอนหายใจออกมา
“เมื่อครู่ข้าตั้งใจจะลงมือช่วยเหลือในยามวิกฤต เพื่อเป็นการส่งถ่านท่ามกลางหิมะ แต่ไม่คิดว่าไม่จำเป็นต้องให้ข้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว สหายน้อยลูก็สามารถพลิกสถานการณ์ได้แล้ว”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเสียดาย ผู้พิทักษ์สุสานนึกถึงคำพูดของลูเยี่ยก่อนหน้านี้ จึงกล่าวว่า
“ข้าจะเชื่อเจ้าสักครั้ง”
กล่าวจบนางก็หันหลังเดินจากไป พยัคฆ์ขาวเจ้าขุนเขาตามไปข้างหลัง แต่ยังคงรักษาระยะห่างหมื่นจั้ง เมื่อเห็นดังนั้นผู้พิทักษ์สุสานก็รู้สึกโล่งใจไม่น้อย ในระยะห่างเช่นนี้หากพยัคฆ์ขาวเจ้าขุนเขาโจมตีสังหารน