ญจธาตุ แต่กลับหันหลังกลับไปมองสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นที่อยู่ไกลออกไป ราวกับกำลังเลือกเป้าหมายสังหารรายต่อไป
สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวทุกตนที่สายตาของนางกวาดผ่าน ต่างก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านในใจ
“เข้ามาสิ ไหนว่าพวกเจ้าจะสังหารยายเฒ่าอย่างข้าไม่ใช่หรือ? เหตุใดจึงไม่กล้าขยับเข้ามาอีกเล่า?”
ผู้พิทักษ์สุสานเอ่ยปาก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน นางเร่งกระตุ้นบัลลังก์ดอกบัวทมิฬมุ่งเข้าไปหาสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้น
พรึบ!
สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นต่างถอยหนีไปไกล ผู้หนึ่งถอยไกลกว่าอีกผู้หนึ่ง
อีกาหัวขาวอดหัวเราะออกมาไม่ได้ รู้สึกสะใจอย่างยิ่ง
“พวกตาแก่เหล่านี้นี่ หวาดกลัวจนไม่ต่างอะไรกับสุนัขขี้เรื้อนที่ไร้เจ้าของ!”
ใบหน้าของสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นดูอัปลักษณ์ยิ่งนัก ภายในใจทั้งคับแค้นและอัดอั้นเป็นที่สุด
“ทุกท่านถอยเถิด ไม่มีโอกาสชนะแล้ว!”
สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวบางตัวเริ่มมีใจอยากถอยและวางแผนจะถอนกำลัง
ทว่าในตอนนั้นเอง ผู้พิทักษ์สุสานพลันกระอักเลือดคำโตออกมา ร่างกายโอนเอนก่อนจะทรุดลงนั่งบนบัลลังก์ดอกบัวทมิฬ
อีกาหัวขาวตกใจอย่างยิ่ง
“ท่านยาย!”
เมื่อพวกสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวบางตัวเห็นเช่นนี้ ในดวงตาวาบประกายสังหารขึ้น พวกเขาเคลื่อนย้ายข้ามห้วงอากาศเข้าโจมตีอย่างไม่ลังเล
ผู้ที่พุ่งเข้ามาเร็วที่สุดคือปักษาร้ายสีทองนั้น เขาเคลื่อนที่รวด