งมองวาสนาในตัวเจ้าอยู่เท่านั้น!”
ราชันวิญญาณกล่าวเสียงเคร่งขรึม
“เจ้าคงไม่เข้าใจว่าที่ดินบรรพบุรุษตระกูลลูของพวกเจ้ามีความพิเศษแค่ไหน มันเกี่ยวข้องกับ ‘วาสนาเซียน’ ที่ซ่อนอยู่บนเทือกเขาเฉียนเฟิง ผู้พิทักษ์สุสานเพียงแค้ต้องการใช้ประโยชน์จากเจ้าเพื่อให้ได้มาซึ่งวาสนาเซียนเท่านั้น! ไม่ว่าเจ้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เจ้าก็ควรระวังตัวไว้บ้าง!”
เมื่อกล่าวจบ ราชันวิญญาณก็หมุนตัวจากไป
“ตาแก่นี่ เห็นชัด ๆ ว่ากำลังจะหนีหัวซุกหัวซุนแท้ ๆ ยังจะมาเสี้ยมให้คนอื่นแตกคอกันอีก จิตใจช่างชั่วร้ายนัก!”
อีกาหัวขาวด่าอย่างรุนแรง ผู้พิทักษ์สุสานไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย ลูเยี่ยเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อย
ด้วยความทรงจำจาก ‘ศึกเทือกเขาเฉียนเฟิง’ ทำให้เขามีแต่ความซาบซึ้งใจต่อผู้พิทักษ์สุสาน และไม่มีทางระแวงในเจตนาของผู้พิทักษ์สุสานแม้แต่น้อย
ไม่นานนัก บรรดาสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวที่เหลืออยู่ก็ทยอยถอนตัวออกไป เหลือเพียงไก่ห้าสีตัวเดียวเท่านั้น
“สหายน้อยลู วิธีการเยี่ยมยอด! ท่วงท่าสง่างาม! นึกไม่ถึงว่าพวกข้าตาแก่ทั้งหลายจะต้องมาพ่ายแพ้ให้แก่เจ้าเลย!”
ไก่ห้าสีรำพึง
“ข้าเชื่อมั่นว่าไม่เกินหนึ่งวัน วิธีการของเจ้าที่สามารถดึงดูดเตาหลอมแห่งภัยพิบัติ จะต้องแพร่กระจายไปทั่วเขตหวงห้ามลึกลับที่หกอย่างแน่นอน!”
กล่าวจบเขาจ้องมองลูเยี่ยอย่างลึกซึ้ง
“เจ้าอย่าได้อยู่ตามลำพังเชียวนะ มิฉะนั้นแม้เจ้าจะมีลูกธนูหักนั้น เจ้าก็คงหนีไม่พ้น