้ จะล่อสังหารเจ้าปักษาสีทองนั้นได้อย่างไร?”
ลูเยี่ยหัวเราะขึ้นมา เขาได้รับการส่งเสียงกระแสจิตเตือนจากผู้พิทักษ์สุสานล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นจึงคอยให้ความร่วมมือ ‘เล่นละคร’ ได้แนบเนียน
“ไม่คิดเลยว่าผู้พิทักษ์สุสานอย่างเจ้าจะไร้ยางอายถึงเพียงนี้!”
“จิตใจสกปรกเหลือเกิน!”
“ถุย! น่ารังเกียจ!”
เหล่าสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นในที่สุดก็รู้สึกตัว แต่ละคนต่างโกรธจนหน้ามืด
“ไร้ยางอาย?”
แววตาของผู้พิทักษ์สุสานเยียบเย็น
“พวกเจ้ารวมตัวกันโจมตีข้าแบบนั้น ไม่เรียกว่าไร้ยางอายหรือ?”
กล่าวจบนางก็เร่งกระตุ้นบัลลังก์ดอกบัวทมิฬพุ่งเข้าไปอีกครั้ง ทันใดนั้นเหล่าสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวก็รีบถอยร่นกลับไป ผู้พิทักษ์สุสานไม่ได้ไล่ตามต่อไป นางมองออกแล้วว่าหากหวังจะสังหารศัตรูที่แข็งแกร่งเหล่านั้นคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว
“ใครอยากรนหาที่ตายอีกก็เชิญเข้ามาได้เลย”
ผู้พิทักษ์สุสานเอ่ยเสียงเรียบ
“ข้าสัญญาวาจะต้อนรับจนถึงที่สุด!”
เหล่าสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวต่างมีสีหน้าแปรเปลี่ยนไปมา ความจริงช่างโหดร้ายเหลือเกิน เมื่อเปรียบกับโชควาสนา ชีวิตนั้นย่อมสำคัญที่สุด ไม่มีใครกล้าเสี่ยงอีกต่อไป ด้วยเกรงว่าจะต้องพบจุดจบกลายเป็นเเถ้าธุลี
สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวบางส่วนไม่สามารถอยู่ได้อีกต่อไป จึงจากไปพร้อมกับความอัดอั้นและความไม่ยอมรับในใจ
“ลูเยี่ย สาเหตุที่ผู้พิทักษ์สุสานคุ้มครองเจ้าไม่ใช่เรื่องอื่น ก็เพียงเพราะจ้อ