ู้อันลึกลับในระหว่างการต่อสู้เชียวหรือ!”
ในขณะนั้นโครงกระดูกที่สวมชุดเกราะเก่าแก่ก็เอ่ยปากขึ้นอย่างกะทันหัน
ก่อนหน้านี้สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวตนนี้เอาแต่นิ่งเงียบมาโดยตลอด จับตาดูการต่อสู้ด้วยสายตาที่เย็นชา ไม่เคยปริปากสนทนากับผู้ใดหรือแสดงความเห็นใดๆ เลย
แต่เมื่อเขาเอ่ยปาก สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวหลายตนในที่นั้นต่างใจสั่นสะท้าน แววตาแปรเปลี่ยนไปทันที
ตระหนักรู้ในระหว่างการต่อสู้หรือ?
ลูเยี่ยผู้นั้นถึงกับท้าทายสวรรค์ถึงขั้นนี้เชียวหรือ?
ไม่มีใครสงสัยในการตัดสินของ ‘โครงกระดูก’ ตนนั้น
เพราะอีกฝ่ายคือ ‘ราชันวิญญาณ’ ที่มีความพิเศษที่สุดในเขตหวงห้ามลึกลับที่หก!
หากกล่าวถึงเรื่องวิถีการฝึกฝนวิญญาณแล้วละก็ ไม่มีผู้ใดเทียบเคียงเขาได้เลย!
“การตระหนักรู้อย่างฉับพลัน…”
ผู้พิทักษ์สุสานมีแววตาซับซ้อน “ไป๋เสวียนอีเพียงแค่แสวงหาความพ่ายแพ้เพื่อลับคมตนเอง ทว่าสหายหนูลูเยี่ยก็ถือเอาการประลองดาบครั้งนี้เป็นการฝึกฝนเสียอย่างนั้นหรือ?”
ภายใต้สายตาของทุกคน สถานการณ์การต่อสู้ในสนามประลองค่ายกลต้องห้ามกำลังเปลี่ยนแปลงไป
กระบวนท่าโจมตีของไป๋เสวียนอีเริ่มถูกกดข่มลงทีละน้อยและถูกกระแทกจนถอยร่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในขณะที่การโจมตีของลูเยี่ยกลับคมกล้าขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบไว้อย่างสมบูรณ์!
“ไป๋เสวียนอีใกล้จะต้านทานไม่ไหวแล้ว”
ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวของเหล่าสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเกือบ