ลูเยียกล่าวว่า “หากข้าพ่ายแพ้ ข้าก็จะมอบแก่นแท้มหาวิถีของข้าให้เช่นกัน!”
“ฮ่าๆ เจ้าคิดว่าพวกข้าจะชายตามองงั้นหรือ?”
ตนไม่ใหญ่ที่สูงเสียดฟ้าทนไม่ไหวจนหัวเราะออกมา กิ่งก้านนับไม่ถ้วนสั่นไหวไปมาตามแรงหัวเราะ ลูเยียแบฝ่ามือขวาออก เงาดาบสีเขียวอ่อนสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบดูราวกับไออากาศแห่งสวรรค์อันแจ่มใสและเลือนรางที่กำลังควบแน่นเป็นกลุ่มหมอก
“ของพรรคใดกัน กล้าเอาออกมาอวดอ้างให้ขายหน้าหรือ?”
เทพวานรทมิฬหัวเราะเยาะ
แต่ในชั่วขณะนั้นพยัคฆ์ขาวผู้แบกดาบสีเลือดกลับโพล่งขึ้นว่า “เดิมพัน!”
พยัคฆ์ขาวที่ก่อนหน้านี้ดูสงบนิ่งราวกับผู้บรรลุธรรมชั้นสูง แต่บัดนี้กลับเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ดวงตานั้นฉายประกายแสงลึกลับอันเจิดจ้า จ้องเขม็งไปยังฝ่ามือของลูเยียด้วยความตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด
ทันใดนั้นบรรดาสิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงกลัวทั้งหลายก็รับรู้ได้ว่ามีความผิดปกติและเริ่มหันมามองอย่างจริงจัง
ไม่นานนัก สิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงกลัวบางตนก็รู้สึกประหลาดใจ เจตจำนงดาบสีเขียวอ่อนที่ดูเลือนลอยและไม่สะดุดตานั้นแต่แก่นแท้มหาวิถีที่บรรจุอยู่ภายในกลับลึกลับซับซ้อนอย่างยิ่ง จนแม้แต่พวกเขาก็ยังไม่อาจหยั่งถึงหรือมองทะลุปรุโปร่งได้!
ผู้พิทักษ์สุสานซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดถึงกับเปลือกตากระตุก นางสัมผัสได้ถึงความพิเศษของเจตจำนงดาบนั้นเช่นกัน นางเอ่ยเตือนว่า “สหายน้อย ในเมื่อครอบครองแก่นแท้มหาวิถีระดับนี้แล้ว ไยต้องแสวงห