ามหาวิถีของผู้อื่นอีกเล่า?”
ความหมายที่แฝงอยู่ก็คือเดิมพันครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก หากพลาดพลั้งพ่ายแพ้ไป ความสูญเสียจะหนักหนาสาหัสยิ่ง!
ลูเยียหัวเราะพลางกล่าวว่า “หากพ่ายแพ้ในการประลองกับผู้ที่อยู่ในขอบเขตเดียวกัน มหาวิถีเช่นนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้!”
บนใบหน้าของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“เดิมพัน! พวกข้าก็เดิมพันด้วย!”
เทพวานรทมิฬเอ่ยปาก
ทันใดนั้นสิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงกลัวอีกหลายตนต่างก็ทยอยเลือกเข้าร่วมการเดิมพันด้วย ทั้งตนไม่สูงเทียมฟ้า ไก่หกสี ปักษาดุร้ายสีทองและอื่นๆ อีกมากมาย
มีเพียงงูยักษ์สีเขียวและโครงกระดูกที่สวมชุดเกราะเก่าคร่ำคร่านั้นที่ไม่ได้เข้าร่วม ลูเยียก็ไม่ได้บังคับ พยัคฆ์ขาวกล่าวว่า “ผู้พิทักษ์สุสาน หากเป็นเช่นนี้กฎการประลองก็จะไม่ยุติธรรมเสียแล้ว การประลองหนึ่งต่อหนึ่งผู้ชนะจะได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป แต่หากผู้ที่เข้าร่วมเดิมพันไม่มีโอกาสได้ประลองกับลูเยียจะทำอย่างไร?”
ไม่ทันที่ผู้พิทักษ์สุสานจะได้เอ่ยปาก ลูเยียก็เอ่ยขึ้นทันทีว่า “ขาสามารถประลองกับผู้ที่เข้าร่วมเดิมพันที่ละคนได้!”
เหล่าสิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงกลัวต่างตกตะลึง พวกมันตระหนักว่าลูเยียกำลังจะใช้กำลังของตนเพียงคนเดียวรับมือกับการประลองแบบหมุนเวียน
แต่เด็กหนุ่มผู้นี้เอาความมั่นใจมาจากไหนถึงกล้าท้าทายเช่นนี้?
ผู้พิทักษ์สุสานนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามเพียงว่า
“มีผู้ใดคัดค้านข้อเสนอของสหายลูเยียบ้าง?”
ไก่ห้าสีหัว