รูปร่างประหลาดอื่นๆ อีกด้วย
มีโครงกระดูกที่สวมชุดเกราะทองสัมฤทธิ์ที่แตกหักในเบ้าตาที่ว่างเปล่ามีเพลิงเทพสีทองลึกลับลุกโชน
มีไก่แกสีหาสีตัวหนึ่งนั่งขัดสมาธิบนก้อนเมฆสีม่วง หงอนของมันสีแดงสดราวกับกำลังลุกไหม้
งูใหญ่สีเขียวตัวหนึ่งขดตัวอยู่หัวงใหญ่เท่ากับขนาดของบ้านหลังหนึ่ง บนหน้าผากมีเขาคู่สีเงินงอกอยู่
เพียงแค่มองไปแวบเดียว พลังลมปราณล้วนแปลกประหลาดและน่าสะพรึงจนผู้คนอดไม่ได้ที่จะหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ
ทว่าอีกาหัวขาวกลับเปิดปากด่าทอทันที “เจ้าลิงแก แกจะโวยวายหาอะไร? ร้องไห้เหมือนจะไว้ทุกข์ให้บรรพบุรุษเจ้าหรืออย่างไร?”
มันถลึงตาใส่เทพวานรทมิฬที่ตัวสูงหมื่นจั้งตนนั้นโดยไม่มีท่าทีหวาดเกรงแม้แต่น้อย
“ผู้พิทักษ์สุสาน เจ้าสัตว์ขนปีกเล็กๆ ที่เจ้าเลี้ยงไว้นี่ปากเหม็นเหลือเกินนะ”
เทพวานรทมิฬเย้ยหยันด้วยรอยยิ้มเย็นชา ตูม!
เสียงนั้นดังระเบิดกึกก้อง แฝงไปด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว เพียงแค่คลื่นเสียงก็บดขยี้แผ่นฟ้าให้แหลกลาญกระจายวงกว้าง มุ่งตรงมายังพวกของลูเยีย ในเวลาเดียวกันเสียงแค่นหัวเราะเย็นชาเบาๆ ก็ดังขึ้น
พลังคลื่นเสียงอันน่าหวาดกลัวนั้นก็ได้สลายไปอย่างฉับพลัน ขณะที่พลังเหนือธรรมชาติที่มองไม่เห็นปกคลุมลูเยียและคนอื่นๆ พาพวกเขาเคลื่อนย้ายผ่านท้องฟ้ามาปรากฏตัวใต้ต้นหม่อนเก่าแก่ต้นหนึ่ง ผู้พิทักษ์สุสานผู้มีใบหน้าชราและเมตตายังคงเป็นเหมือนเดิมเช่นแต่ก่อน นางกำลังประชุนอาภรณ์เก่าๆ อยู่ตัวหน