ึ่ง นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นแม้แต่น้อย มือเพียงขยับเข็มกระดูกในมือถักเบาๆ
ณ ที่ไกลออกไปในท้องนภา เทพวานรทมิฬส่งเสียงครางอย่างกะทันหัน
ร่างที่สูงตระหง่านหมื่นจั้งพลันหดตัวลงอย่างรุนแรง กลายเป็นร่างสูงเพียงจั้งเดียว ใบหน้าหมองคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้พิทักษ์สุสานลงมือโจมตี ทำให้เทพวานรทมิฬต้องพบกับความเสียเปรียบเข้าแล้ว
“ปีศาจวานร หากเจ้าลงมืออีกตามอำเภอใจอีก อย่าหาว่าข้าขับไล่เจ้าออกไป”
ผู้พิทักษ์สุสานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบแต่กลับแฝงไปด้วยบารมีที่มองไม่เห็น ทำให้เทพวานรทมิฬไม่กล้าทำอะไรตามใจชอบอีก
“สหายน้อย เรื่องในครั้งนี้เจ้าได้รับรู้ทั้งหมดแล้วกระมัง?”
ผู้พิทักษ์สุสานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเมตตา
ลูเยียพยักหน้าพลางตอบว่า “มอบให้ข้าจัดการเถิด”
ผู้พิทักษ์สุสานเอ่ยกำชับว่า “เมื่อถึงเวลาประลอง จะแพ้ก็ไม่เป็นไร ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเป็นอันตรายเด็ดขาด!”
“ท่านผู้พิทักษ์สุสาน เจ้าเด็กน้อยคนนี้คือผู้เข้าร่วมประลองที่ท่านจัดเตรียมไว้จริงๆ หรือ?”
ตนไม่ใหญ่ที่สูงเสียดฟ้าตนนั้นเอ่ยปาก ดูเหมือนไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง
สายตาของสิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงกลัวทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ ต่างจับจ้องมาที่ลูเยีย
“มนุษย์ขอบเขตแก่นทองคำ?”
ไก่หกสีที่นั่งอยู่บนก้อนเมฆสีม่วงส่งเสียงหัวเราะแหลมออกมา “ผู้พิทักษ์สุสาน นี่เป็นเด็กน้อยที่ท่านไปเชิญมาจากที่ไหน ช่างอ่อนแอเกินไปหรือไม่?”
อีกาหัวขาวด่าเสียงดัง “เจ้าไก่แก่ ห