่างรุนแรง แม้แต่ห้วงมิติตรงนั้นก็พังทลายแตกสลาย
ปักษาดุร้ายสีทองเดือดดาล “ผู้พิทักษ์สุสาน ท่านกำลังทำอะไร?”
ผู้พิทักษ์สุสานตอบอย่างสงบ “หากเจ้ายังส่งเสียงหนวกหูขัดจังหวะข้าอีก ก็มิต้องส่งทายาทเข้าร่วมประลองแล้ว”
ปักษาดุร้ายสีทองก็เงียบปากทันที ลูเยียลอบทอดถอนใจในใจ ท่านยายของอาจูดูภายนอกใจดีเมตตาแต่แท้จริงแล้วกลับเป็นคนเด็ดขาดและดุดันยิ่งนัก!
“การประลองในครั้งนี้เพื่อความยุติธรรม จะใช้กฎประลองแบบตัวต่อตัว ผู้ชนะจะได้ผ่านเข้ารอบถัดไปจนกระทั่งผู้ชนะเลิศคนสุดท้ายจะได้รับโอกาสเข้าสู่เนินจักรพรรดิเบญจธาตุ กฎเหล่านี้ผู้อื่นย่อมรู้ดีอยู่แล้ว” ผู้พิทักษ์สุสานตั้งใจพูดให้ลูเยียฟังโดยเฉพาะ
กล่าวจบผู้พิทักษ์สุสานก็ถามความเห็นของลูเยีย
“สหายน้อย เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”
ลูเยียครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ขาสามารถลงเดิมพันได้หรือไม่?”
เดิมพัน?
สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวทั้งหลายต่างงุนงง เจ้าเด็กนี่เห็นการประลองนี้เป็นสิ่งใดกัน?
บ่อนพนันหรือ?
แววตาของผู้พิทักษ์สุสานก็มีแววประหลาดใจ
“เจ้าต้องการเดิมพันสิ่งใด?”
ลูเยียกล่าวว่า “มหาวิถี! หากข้าชนะในที่สุด ผู้เข้าร่วมประลองทุกคนจะต้องมอบแก่นแท้มหาวิถีที่แข็งแกร่งที่สุดที่สุดของแต่ละคนออกมา!”
เมื่อเอ่ยคำนี้ออกมา สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นก็แทบจะสงสัยว่าตัวเองได้ยินผิดไป!
เด็กหนุ่มคนนี้ช่างละโมบเหลือเกิน!
แก่นแท้มหาวิถีมีค่ามหาศาลเพียงใด