ปมองผู้พิทักษ์สุสาน
โอกาสในการเข้าสู่เนินจักรพรรดิเบญจธาตุอยู่ในมือของผู้พิทักษ์สุสานและกฎการต่อสู้ก็ถูกกำหนดโดยผู้พิทักษ์สุสานโดยธรรมชาติแล้ว การจะเริ่มต่อสู้ในขณะนี้หรือไม่ก็ต้องดูท่าทีของผู้พิทักษ์สุสาน ผู้พิทักษ์สุสานมองไปทางลูเยีย “ต้องการพักก่อนหรือไม่?”
ลูเยียส่ายหน้า “ไม่จำเป็น”
เขาได้สำรวจรอบข้างไปแล้วก่อนหน้านี้ และสังเกตเห็นว่าใกล้ๆ กับสิ่งมีชีวิตน่ากลัวเหล่านั้นมี ‘ทายาท’ ของพวกเขา ยืนอยู่ตามลำดับ เช่น ทายาทของเทพวานรทมิฬนั้นเป็นชายหนุ่มในชุดคลุมยาวสีดำมีเคราเต็มใบหน้าโครงคิ้วใหญ่ พลังลมปราณหยาบกระด้างยิ่งนัก
“ถ้าเช่นนั้นก็เริ่มกันเลย”
หญิงชราค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สะบัดมือโยนสิ่งหนึ่งออกไป อาภรณ์เก่าแก่ตัวนั้นก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ขยายตัวกลายเป็นสนามประลองค่ายกลต้องห้ามขนาดกว้างนับพันจั้งลอยสูงอยู่กลางนภา
“ในการประลองภายในค่ายกลต้องห้าม ผู้ที่มีพลังบำเพ็ญสูงกว่าจะถูกกดพลังลงมาให้อยู่ในขอบเขตเดียวกันกับคู่ต่อสู้”
หญิงชราค่อยๆ เอ่ยปาก “นอกจากนี้ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของภายนอกหรือพลังภายนอกใดๆ ก็ตามล้วนไม่สามารถนำมาใช้ได้…”
ปักษาดุร้ายสีทองเอ่ยตัดบทว่า “กฎเหล่านีมิเห็นต้องกล่าวซ้ำ ใครกล้าเล่นตุกติกมีหรือจะพ้นหูพ้นตาพวกเราไปได้!”
ทันใดนั้นหญิงชราก็นิ้วแล้วดีดออกไปหนึ่งครั้ง
ปักษาดุร้ายสีทองดูเหมือนจะตกใจรีบเคลื่อนย้ายหลบหลีกในทันที ตูม!
กลุ่มเมฆที่มันยืนอยู่ก่อนหน้านี้พลันระเบิดสลายไปอย