ในที่สุดพัดขนนกสีเลือดก็เหี่ยวแห้งและสลายหายไปลูเยี่ยไม่สนใจเรื่องนี้แม้แต่น้อยสมบัติลับที่ผ่านการสังเวยเลือดที่หลอมขึ้นโดยเทพมารจากนอกอาณาเขตต่อให้อานุภาพร้ายกาจเพียงใดเขาก็ยังคงรู้สึกรังเกียจอยู่ดีบรรพจารย์เสวียนไฉกล่าวขึ้นอย่างฉับพลันว่า
“เจ้าหนูมนุษย์รู้หรือไม่ว่าพวกเทพมารจากนอกอาณาเขตฝ่าสนามรบนอกอาณาเขตและรุกรานดินแดนหลิงชางแล้ว?”
ลูเยี่ยส่ายหน้าและให้คำตอบที่ชัดเจน “ไม่มีทาง!”
ก่อนที่เขาจะกลับจากสนามรบนอกอาณาเขตเขาได้เห็นกับตาว่าช่องทางที่เทพมารจากนอกอาณาเขตลงมายังสนามรบนอกอาณาเขตนั่นถูกผนึกอย่างสมบูรณ์แล้ว
ย่อมไม่มีทางเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นแน่นอนนอกจากนี้อวินเป่ยเฉินก็เคยเดินทางมาจากดินแดนหลิงชางหากดินแดนหลิงชางถูกรุกรานเขาโจมตีจริงอวินเป่ยเฉินไม่มีทางที่จะไม่รู้เรื่องนี้
“ถ้าเช่นนั้นก็คงเป็นเชื้อสายของเทพมารที่หลงเหลืออยู่ในโลกมนุษย์มาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว”
บรรพจารย์เสวียนไฉเอ่ยด้วยน้ำเสียงเมตตา “เจ้ายังไม่ก้าวเข้าสู่ห้าขอบเขตเบื้องบนหากเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งจากเทพมารจากนอกอาณาเขตเจ้าจงต้องระมัดระวังให้มาก”
ลูเยี่ยพยักหน้าตอบ “ท่านอาวุโสโปรดวางใจ”เขาสามารถพูดคุยล้อเล่นกับบรรพจารย์คนอื่นๆอย่างไม่คำนึงถึงอาวุโสแต่เมื่อเผชิญหน้ากับหลวงจีนชราเสวียนไฉเขากลับทำเช่นนั้นไม่ได้มิใช่เพราะความหวาดกลัวแต่เป็นเพราะความเคารพรักจากก้นบึ้งของหัวใจในสนามรบนอกอาณาเขตหลวงจีนชราเสวียนไฉได้รับ