้สึกยินดีและซาบซึ้งกล่าวว่า “ขอบคุณท่านผู้อาวุโส!”
เสียงยังก้องกังวานอยู่ อักษรลึกลับทั้งสองก็จางหายไป บัดนี้ลูเยียรู้แล้วว่าอักษรลึกลับทั้งสองที่มีจิตวิญญาณนี้สนใจเพียงเทพมารจากนอกอาณาเขตเท่านั้น ซึ่งเขาก็ไม่ได้ประหลาดใจอะไร
เขาถือพัดขนนกสีเลือดในมือแล้วกวาดตามองลงไปยังตระกูลพานอีกครั้ง หากมองจากระยะไกล ท้องฟ้าเหนือตระกูลพานถูกปกคลุมด้วยหมอกโลหิตที่ม้วนตัวเคลื่อนไปมา ท้องฟ้าบริเวณนั้นย้อมไปด้วยสีเลือดที่แสบตา
เสียงร้องอย่างทุกข์ทรมาน เสียงครวญครางกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นเป็นระยะและแพร่กระจายออกไปด้านนอก
มู่เทียนเย่ เฉินอูซาง และคนอื่นๆ ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใจที่สั่นคลอนไม่อาจสงบลงได้
ก่อนหน้านี้พวกเขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าลูเยียที่เป็นเพียงผู้ฝึกดาบขอบเขตแก่นทองคำจะสามารถบุกทะลวงวังหลวงและปราบปรามราชวงศ์เชียงได้อย่างไร
บัดนี้ในที่สุดพวกเขาก็เห็นร่องรอยบางอย่างแล้ว!
สำนักเซียนเทียนหนานมีบทสวดหนึ่งกล่าวว่า “ทำชั่ว ย่อมได้ชั่ว เหมือนหวานเมล็ดพันธุ์แห่งความทุกข์ ผู้กระทำชั่ว ย่อมได้รับบาปด้วยตนเอง วัฏจักรไม่สิ้นสุด”
มู่เทียนเย่เอ่ยเสียงเบา “เรื่องในวันนี้ดูเหมือนจะเป็นการพิสูจน์หลักธรรมอันล้ำลึกในบทสวดนั้นได้ดี กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตามสนอง ย่อมเป็นไปเช่นนี้”
หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย มีเฉินอูซางเพียงคนเดียวที่ส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “อะไรกันกับเรื่องกรรมตามสนอง ในโลกนี้มีคนดีมากมายที