ภีร์สืบทอดมหาวิถีไว้มากกว่าครึ่งของโลกมนุษย์ เรื่องนี้เป็นที่รู้กันทั่วใต้หล้า
จีเสวียนหงหัวเราะพลางกล่าวว่า “ไยจะไม่ได้เล่า?”
ลูเยียประสานมือ “ขอบคุณมาก”
เมื่อลูเยียเดินออกมาจากหอคัมภีร์ เขาได้กวาดสายตาอ่านคัมภีร์สืบทอดทั้งสามสิบเก้าเล่มที่บรรจุแก่นแท้มหาวิถีของสำนักศึกษาต้าเฉียนจนครบถ้วนแล้ว
การทำเช่นนี้ก็เพื่อมุ่งหน้าไปยังดินแดนแห่งรังสรรค์วิถี ทำการตระหนักรู้แก่นแท้มหาวิถีให้มากขึ้น โดยใช้สิ่งเหล่านี้เป็นอาหารเพื่อยกระดับขั้นของเจตจำนงดาบชิงซวิ!
น่าเสียดายที่แม้สำนักศึกษาต้าเฉียนจะเก็บรวบรวมคัมภีร์ไว้มากมาย แต่คัมภีร์มหาวิถีเหล่านั้นล้วนถือว่าธรรมดาสามัญนัก
หลังจากออกจากสำนักศึกษาต้าเฉียน ลูเยียก็เดินทางไปยังวังหลวงอีกครั้ง
“ท่านอาจารย์โปรดวางใจได้ ศิษย์จะรีบออกราชโองการให้กองกำลังของสามกรมใหญ่ที่กระจายตัวอยู่ชายแดนเหนือของต้าเฉียนไปสืบหาความจริงเรื่องด่านเทียนหลางทันที!”
เชียงฉางลวี่กล่าวอย่างเคารพ
แม้เขาจะมีอายุมากกว่าลูเยียหลายปี ทว่าในยามนี้เขากลับใช้มารยาทของศิษย์และเรียกขานลูเยียว่า ‘ท่านอาจารย์’
นี่คือการปฏิบัติที่มอบให้แก่ ‘ราชครู’
ลูเยียพยักหน้า การให้คนของสามกรมใหญ่สืบหาเรื่องนี้จะช่วยให้รวบรวมข้อมูลข่าวสารได้ละเอียดที่สุด
เมื่อถึงเวลาที่เขาจะไปยังด่านเทียนหลางเขาย่อมสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ได้
ลูเยียครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเตือนว่า “วันหน้าหากเจ้าประสบป