ัญหาที่ยากจะจัดการ ก็ห้ามอ้างชื่อของข้าไปใช้ทำการใดๆ โดยเด็ดขาด!”
ราชวงศ์เชียงสูญเสียอย่างหนัก เชียงฉางลวี่ไร้กำลังหนุนหลังเป็นจักรพรรดิผู้โดดเดี่ยวอย่างแท้จริง
แต่ทว่าลูเยียเชื่อมั่นว่าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดในราชสำนักต่างก็จะเห็นแก่หน้าเขาและจะไม่กล้ารังแกเชียงฉางลวี่โดยง่าย ในสถานการณ์เช่นนี้สิ่งที่ต้องระวังก็คือเชียงฉางลวี่อาจจะแอบอ้างชื่อของเขาไปกระทำการตามอำเภอใจ!
เชียงฉางลวี่ใจหายวาบ เขากล่าวว่า “ศิษย์จะจดจำคำสั่งสอนของท่านอาจารย์ไว้ให้ขึ้นใจ จะไม่ยอมทำให้ชื่อเสียงของท่านอาจารย์ต้องมัวหมองเด็ดขาด!”
ลูเยียพยักหน้าแล้วหยิบตราลัญจกรหยกแห่งราชวงศ์ออกมามอบให้เชียงฉางลวี่พร้อมเอ่ยกำชับว่า
“จงดูแลสิ่งนี้ให้ดี ภาระอันหนักอึ้งในการปกครองแผ่นดินนี้ตกอยู่บนบ่าของเจ้าแล้ว เจ้าควรทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อราษฎรทั้งหลายเช่นนี้จึงจะได้รับการยอมรับจากคนทั่วหล้า”
“ศิษย์จะไม่ทำให้ความคาดหวังอันสูงส่งของท่านอาจารย์ต้องผิดหวัง!”
เชียงฉางลวี่แสดงความเคารพด้วยสีหน้าขึงขังก่อนจะรับตราลัญจกรหยกแห่งราชวงศ์ด้วยมือทั้งสอง
หลังจากนั้นลูเยียก็เดินทางไปยัง ‘หอคัมภีร์’ ของราชวงศ์ต้าเฉียนอีกครั้งเช่นกัน
จุดประสงค์ก็เหมือนกันคือเพื่อรวบรวมคัมภีร์ที่บรรจุแก่นแท้มหาวิถีของราชวงศ์
ขอบเขตแก่นทองคำของลูเยียแตกต่างจากผู้คนทั่วไปในขอบเขตเดียวกันโดยสิ้นเชิง เจตจำนงดาบชิงซวิและพลังบำเพ็ญเตาทั้งร่างของเขาผสานเข้ากันอย่างสมบ