ูรณ์แบบราวกับเป็นหนึ่งเดียวกัน!
ระหว่างการฝึกฝน การขัดเกลาและยกระดับเจตจำนงดาบชิงซวียังสามารถเพิ่มพูนพลังบำเพ็ญ ขัดเกลาจิตเทวะ รังสรรค์วิถีและสภาวะจิตได้อีกด้วย
ลูเยียรู้ดีว่าเจตจำนงดาบชิงซวินั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
เพียงแค่ขั้นเริ่มต้นก็แบ่งออกเป็นเก้าขั้น!
ด้วยเหตุนี้ลูเยียจึงคว้าทุกโอกาสที่มีเพื่อรวบรวมการสืบทอดมหาวิถี
“ท่านอาจารย์ขอรับ คนจากสามกรมใหญ่และแปดตระกูลผู้พิทักษ์แผ่นดินส่งคนมาขอคำชี้แนะหวังจะให้ข้าจัดงานเลี้ยงเพื่อเชิญท่านร่วมงานในคืนนี้ ไม่ทราบว่าท่านอาจารย์จะว่างหรือไม่?” เชียงฉางลวี่ขอคำปรึกษา
“เจ้าควรไปแล้ว”
ลูเยียกล่าว “เจ้าออกหน้าแทนข้าก็พอ”
“ไปหรือ?”
เชียงฉางลวี่ตกตะลึง เขาเกิดความรู้สึกอาลัยอาวรณ์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “ท่านอาจารย์จะไปที่ใดกัน?”
เมื่อมีลูเยียอยู่เขารู้สึกมั่นคงในใจอย่างยิ่ง เหมือนมีเสาหลักค้ำฟ้าอยู่ในมือ ไม่เกรงกลัวว่าใครจะกล่อก่อเรื่อง แต่หากลูเยียจากไป…
มันก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!
“กลับบ้าน”
ลูเยียกล่าวอย่างเรียบง่าย “ข้าไม่รู้วิธีการเป็นจักรพรรดิ แต่ข้ารู้ว่าหากเจ้าอยากจะครองบัลลังก์ได้อย่างมั่นคง เจ้าจำเป็นต้องเผชิญเรื่องราวต่างๆ ด้วยตนเองเพื่อบ่มเพาะหัวใจแห่งจักรพรรดิขึ้นมาทีละน้อย”
“มิฉะนั้นในสายตาของคนภายนอก เจ้าก็จะเป็นเพียงจักรพรรดิหุ่นเชิดที่ข้าหนุนหลังขึ้นมาเท่านั้น”
เชียงฉางลวี่รู้สึกสั่นสะท้านในใจ กล่าวอย่างขึงขังว่า “ศิษย์ขอน้อม