รับคำสอน!”
คืนนั้นเชียงฉางลวี่จัดงานเลี้ยงในวังหลวงเพื่อต้อนรับบรรดาบุคคลสำคัญจากกลุ่มอำนาจต่างๆ
จีเสวียนหง เหมิงเสวียน เซียโหวคู เว่ยตงเหลียง และบุคคลอื่นๆ ล้วนอยู่ในงานด้วย
แม้แต่ ‘ซางชิวเย’ มหาเสนาบดีแห่งกรมโหรหลวงผู้ที่ปิดด่านฝึกฝนมาสองปีกึ่งไม่เคยออกมาให้เห็นหน้า ก็ปรากฏตัวออกมาอย่างเหนือความคาดหมาย
แต่เมื่อทราบว่าลูเยียได้ออกจากเมืองหลวงไปแล้ว เหล่าบุคคลสำคัญต่างก็รู้สึกผิดหวัง บรรยากาศในงานเลี้ยงจึงกลายเป็นจืดชืดไร้รสชาติทันที มหาเสนาบดีซางชิวเยแห่งกรมโหรหลวงยิ่งตรงไปตรงมาถึงกับหาข้ออ้างส่งเดชแล้วขอตัวลากลับไปทันที
เชียงฉางลวี่เก็บทุกภาพเหตุการณ์ไว้ในใจ มิได้แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมา ในตอนนี้เขาไม่ต่างอะไรกับหุ่นเชิดเลยจริงๆ
เชียงฉางลวี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พลางพึมพำในใจว่า
“สักวันหนึ่งข้าจะต้องทำให้พวกเจ้าจงรักภักดีต่อข้าด้วยความเต็มใจ ไม่กล้าแม้แต่จะเสียมารยาทต่อข้าอีก!”
ด้วยเหตุนี้จึงจะไม่ทำให้ความคาดหวังของท่านอาจารย์ลูต้องสูญเปล่า!
กลางดึกคืนนั้นเรือสมบัติลำหนึ่งแล่นฝ่าความมืดใต้ท้องฟ้ามุ่งหน้าไปยังเมืองเทียนเหอของเขตชางโจว
บนเรือสมบัติลูเยียนั่งลงบนพื้น ก้มหน้ามองป้ายหยกไร้อักษรสองชิ้นในมือ
ป้ายหยกหนึ่งดำหนึ่งขาว ทั้งคู่เป็นสิ่งที่ท่านอารองลูซิงอีทิ้งเอาไว้ ดูเรียบง่ายธรรมดาสามัญ แต่แม้กระทั่งพานหลานอวินและทารกมารตนนั้นก็ไม่สามารถล่วงรู้ความลับภายในได้
ลูเยียพยายามสัมผัสร