รู้สึกงุนงงอยู่บ้างด้วยกำลังของคนเพียงคนเดียวสามารถกดดันราชวงศ์ทั้งหมดได้ตลอดแปดร้อยปีที่ผ่านมามีเพียงลูเยี่ยเด็กหนุ่มขอบเขตแท่นทองคำคนนี้เท่านั้นที่ทำได้!
ข่าวสารยังแพร่ไปถึงสำนักกระบี่เกาสวรรค์
ภายในตำหนักใหญ่ของสำนักเจ้าสำนักเวินซิวเจวียผู้อาวุโสใหญ่วานกุยหยวนปรมาจารย์อาวุโสสูงสุดบรรพชนซิงหลินและเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายล้วนตกอยู่ในความเงียบงัน
ไม่อาจดึงสติกลับมาจากความตื่นตะลึงได้เป็นเวลานาน
สำนักกระบี่เกาสวรรค์ที่เป็นเพียงสระน้ำเล็กๆของเรา เกรงว่าคงไม่อาจรองรับมังกรทองอย่างลูเยี่ยได้อีกต่อไปแล้ว
เวินซิวเจวียเอ่ยถอนหายใจเบาๆทำลายความเงียบที่ปกคลุมลง
ไม่ใช่คำเสียดสีแต่เป็นความรู้สึกที่มาจากส่วนลึกในใจเพราะลูเยี่ยเติบโตเร็วเกินไปและแข็งแกร่งเกินไป
ด้วยรากฐานของสำนักกระบี่เกาสวรรค์นั้นย่อมยากที่จะตอบสนองความต้องการในการฝึกฝนของลูเยี่ยได้อีกต่อไป
ทุกคนก็ล้วนรู้สึกเช่นเดียวกันในเรื่องนี้
มีเพียงบรรพชนซิงหลินที่ส่ายหน้าพลางยิ้ม “หากลูเยี่ยคิดจะอยู่ไม่มีใครขับไล่เขาไปได้หากเขาคิดอยากจะไปมีใครรั้งเขาได้ไยต้องกังวลกับเรื่องเหลานี้ด้วยเล่า?”
ในบรรดาผู้ที่อยู่ที่นั่นมีเพียงบรรพชนซิงหลินเท่านั้นที่สงบนิ่งที่สุดเขาเคยประจักษ์ในสงกราศีที่แท้จริงของ ‘ท่านผู้อาวุโสลู’ มาแล้วจึงไม่เห็นว่าการบุกวังหลวงหรือปราบปรามราชวงศ์เซียงนั้นเป็นเรื่องใหญ่แต่อย่างใด
เรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้จะต้องพูดถึงด้วยหรือ?