านเถิด”
ลูเยี่ยเอ่ยปาก “ในสายตาของข้าองค์ชายใหญ่เซียงฉางลวี่ทรงปราดเปรื่องและเฉลียวฉลาดมีชื่อเสียงเป็นที่เคารพนับถือสามารถแบกรับภาระหนักในการปกครองดูแลบ้านเมืองและราษฎรได้”
“ดังนั้นข้าจึงยินดีที่จะสนับสนุนให้องค์ชายใหญ่ขึ้นครองบัลลังก์เป็นจักรพรรดิ!”
ตู้ม!
คำพูดนี้เปรียบเสมือนหินที่ทุ่มลงในน้ำจนเกิดระลอกคลื่นมหาศาล
ทั่วทั้งบริเวณสั่นสะเทือนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระงม
ทุกคนเพิ่งตระหนักว่าลูเยี่ยไม่ได้มีความตั้งใจที่จะรวบอำนาจจักรพรรดิหรือผลัดเปลี่ยนราชวงศ์ใหม่ตามใจตนเองลูเยี่ยไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านั้นเขาหันไปบอกให้องค์ชายใหญ่เซียงฉางลวี่ออกมาปรากฏตัว
“ทุกท่านโปรดฟังข้าสักคำ!”
เมื่อเซียงฉางลวี่เอ่ยปากสายตาของคนนับหมื่นก็จับจองไปที่เขาเพียงผู้เดียว
เซียงฉางลวี่แสดงสีหน้าโศกเศร้าเอ่ยถ้อยคำอันกินใจโดยหยิบยกสิ่งที่เคยพูดกับลูเยี่ยเมื่อคืนมากล่าวซ้ำอีกครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขุนนางที่เปรียบเสมือนหนอนผุหรือราชวงศ์ที่เสวยสุขบนความทุกข์ราษฎร…
ทั้งเรื่องพานหลานอวินเป็นสายลับที่เทพมารจากนอกอาณาเขตส่งมาแฝงตัวนานแล้วลอบบงการอำนาจจักรพรรดิสร้างความเดือดร้อนให้ทั่วหล้า…
ท้ายที่สุดเขาก็ประกาศออกมาด้วยความตื้นตันใจว่าเป็นเพราะท่านใต้เท้าลูได้ลงมือช่วยเหลือราชวงศ์ตาเฉียนและยังช่วยทั่วหล้าเอาไว้!
ในสถานที่นั้นเงียบกริบหลายคนต่างตกตะลึงที่เพิ่งได้รู้ว่าพานหลานอวินแท้จริงแล้วเป็นสายลับของเทพมารจากนอก