านหลานอวินในฐานะกุ้ยเฟยนางได้กอบโกยสมบัติจากราชวงศ์เชียงไปมหาศาลเพียงใด!
ในไม่ช้าลูเยียก็เก็บตราลัญจกรหยกและแผ่นหยกสีเลือดขึ้นมา แล้วเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าองค์ชายใหญ่เชียงฉางลวี่
“ลูเยีย ขอบใจเจ้ามากที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างกล้าหาญ สังหารนางปีศาจพานหลานอวินและกำจัดภัยร้ายที่คุกคามราชวงศ์ต้าเฉียนของข้าได้สำเร็จ!”
เชียงฉางลวี่คุกเข่าก้มศีรษะลงกับพื้นกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจจนน้ำตาคลอเบาๆ
“หากไม่ใช่เพราะเจ้าในครั้งนี้ข้าคงเป็นแค่โครงกระดูกแห่งบนพื้นไปแล้ว พระคุณอันยิ่งใหญ่นี้ข้าเชียงฉางลวี่จะไม่มีวันลืมตลอดชีวิต!”
ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้เชียงฉางลวี่ได้เห็นทุกอย่างด้วยตาตนเอง จิตใจของเขาสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับลูเยียนอกจากความรู้สึกซาบซึ้งแล้วเขายังมีความหวาดกลัวและเคารพยำเกรงอย่างลึกซึ้ง
จึงคุกเข่าลงโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ในฐานะองค์ชายเขาย่อมคุกเข่าต่อหน้าให้แก่เด็กหนุ่มที่มาจากเมืองเทียนเหอ!
ลูเยียค่อยๆ ย่อกายลงแล้วกล่าวว่า “ในคืนนี้ข้าบุกเข้ามาในวังหลวง ทำลายค่ายกลโลหิตมังกรเฉียนหยวน ตลอดเส้นทางที่ผ่านมำโลหิตนองเป็นสายน้ำ คนในราชวงศ์เชียงบาดเจ็บล้มตายไปไม่รู้เท่าใด…”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเรียบเฉยดังเข้าหูเชียงฉางลวี่ ทำให้จิตใจเขาสั่นเทา ร่างกายพลันเกร็งเครียด สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก!
“ความจริงคือยามนี้ข้าช่วยเหลือเจ้าไว้