ึกษาต้าเฉียนเคยเป็นสหายสนิทของท่านอารองเจ้า”
“หลังจากที่ท่านอารองของเจ้าหายตัวไปครึ่งปี สวีเยียนอวินได้ไปพบซุนจื่อโหยว หวังให้ซุนจื่อโหยวช่วยสืบหาข่าวคราวของท่านอารองของเจ้า”
“แต่สิ่งที่สวีเยียนอวินไม่รู้ก็คือซุนจื่อโหยวได้แสดงความจงรักภักดีต่อราชวงศ์เชียงเพื่อตระกูลและอนาคตของเขามานานแล้ว”
“ในเวลานั้นซุนจื่อโหยวเกิดความสงสัยขึ้นในคราวที่ดื่มสุราด้วยกัน เขาจึงได้พูดคุยเรื่องนี้กับเชียงปอฉวี”
“แม้ว่าโดยปกติแล้วนี่เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เชียงปอฉวีกลับจดจำไว้ในใจและจัดการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปพบสวีเยียนอวินเพื่อสืบเรื่องให้กระจ่าง”
“แต่สิ่งที่น่าขบขันคือยังไม่ทันได้สืบสวน สวีเยียนอวินกลับคิดว่าเรื่องแดงแล้วจึงเผยพิรุธออกมาเสียก่อน”
“เรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังนั้นง่ายดาย สวีเยียนอวินยอมตายแต่ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมเปิดเผยเรื่องที่เกี่ยวกับท่านอารองของเจ้า ข้าจึงสั่งให้ขันทีเฝิงลงมือโดยตรงใช้วิธีค้นวิญญาณกับนาง”
“นั่นจึงทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วตอนที่ท่านอารองของเจ้าไปช่วยฝ่าบาท เขาได้มอบป้ายหยกไร้อักษรสีดำให้สวีเยียนอวินเก็บรักษาไว้”
“ข้าถึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วในตระกูลลูของพวกเจ้าก็มีป้ายหยกไร้อักษรเช่นนี้เหมือนกัน”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลูเยียก็ได้แต่ถอนหายใจในใจ เรื่องที่เกิดขึ้นกับสวีเยียนอวินเห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะความห่วงใยจนขาดสติ ก็เพราะเป็นห่วงท่านอารองจึงทำให้การขอความช่วยเหลือจากซุนจื่อโหยวกล