“ผนึก!”
บนหอสังเกตดวงดาว ลูเยียเปล่งเสียงดังราวสายฟ้าฟาด ค่ายกลเปลวเพลิงลี้ลับจื่อเวยเกิดการเปลี่ยนแปลง อักขระนับไม่ถ้วนแผ่กระจายออกไปตามคลื่นของค่ายกลเหมือนตาข่ายฟ้าที่คลุมครอบคลุมวังหลวงทั้งหมด เปลวเพลิงทั้งหมดหายไปแต่พลังของค่ายกลกลับปิดกั้นทั้งภายในและภายนอกวังหลวงอย่างสมบูรณ์
คนข้างในไม่มีทางหนีไปไหนได้ คนข้างนอกก็ไม่มีทางเข้ามาได้
“ลำดับต่อไป… ก็ถึงเวลาปิดประตูตีแมวแล้ว”
ลูเยียสะบัดแขนเสื้อกว้างเก็บจานค่ายกลทั้งสี่ไว้
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่าการที่เขาช่วงชิงค่ายกลเปลวเพลิงลี้ลับจื่อเวยมานั้นไม่ได้เพื่อจะอาศัยค่ายกลนี้สังหารศัตรูแต่อย่างใด
แต่เป็นเพียงเพื่อปิดกั้นเส้นทางถอยหนีของศัตรูเท่านั้น!
ตามที่อ๋องฟูไห่กล่าว เส้นทางเดียวที่จะเข้าออกเทือกเขาพันมังกรก็คือวังหลวง
ยามที่วังหลวงถูกยึดครอง เหล่าราชวงศ์เชียงบนเทือกเขาพันมังกรย่อมไม่คุมดีคุมร้ายกลายเป็นแมวในกรงขังไปโดยปริยาย
อย่างไรก็ตามอ๋องฟูไห่ก็เคยเตือนไว้เช่นกันว่าเทือกเขาพันมังกรเป็นถ้ำมังกรพยัคฆ์ที่แท้จริง จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าน้ำในเทือกเขาพันมังกรนั้นลึกล้ำเพียงใด และเตือนลูเยียให้ระมัดระวังให้ดี
เทือกเขาพันมังกร
เทือกเขาแห่งนี้มีรูปลักษณ์ราวกับมังกรยักษ์กำลังขดตัว ดูทรงพลังและสง่างาม
ยามที่ลูเยียปรากฏกายขึ้น เสียงเซ็งแซ่ก็ดังมาจากเบื้องบนเทือกเขาพันมังกร
“เจ้าเดรัจฉานน้อยนั่นมาจริงๆ ด้วย!”
“ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าเสีย