ิวพบค่ายกลขอรับ พวกเราควรทำลายมันหรือไม่?”
ทหารรักษาพระองค์หนึ่งนายรีบเข้ามารายงาน
เชียงปอฉวีสูดหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งครั้งกดข่มความคิดอันยุ่งเหยิงในใจก่อนกล่าวว่า “ทำลายมัน!”
ครู่ต่อมา พร้อมกับเสียงดังกึกก้อง ค่ายกลที่ปกคลุมจวนของเว่ยอวี่ซิวแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เชียงปอฉวีนำกำลังบุกเข้าไปในทันที แล้วก็พบกับเว่ยอวี่ซิวที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความปีติยินดีอย่างล้นเหลือ
“ขอบคุณใต้เท้าที่ช่วยชีวิตข้า ขอบคุณใต้เท้า!”
เว่ยอวี่ซิวคุกเข่าโขกศีรษะ น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มไหลรินลงมา “หากไม่ใช่อเพราะท่าน ตาเฒ่าอย่างข้าคงต้องตายด้วยน้ำมือค่ายกลที่ลูเยียวางไว้แน่ๆ!”
“ลูเยีย!”
สีหน้าของเชียงปอฉวีเปลี่ยนไปเล็กน้อย “เขายังไม่ตายหรือ? แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ใด?”
เว่ยอวี่ซิวรีบตอบ “เขาเพิ่งจากไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม”
“ไปที่ใด?”
เชียงปอฉวีถามด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ
เขาตระหนักได้ว่าเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากล หากลูเยียยังมีชีวิตอยู่เช่นนั้นเว่ยจงโหมวคงจะพบจุดจบไปแล้วเป็นแน
“ไม่ทราบขอรับ”
เว่ยอวี่ซิวส่ายหน้า
เชียงปอฉวีพยายามข่มความหงุดหงิดในใจ “องค์ชายใหญ่มอบป้ายคำสั่งให้เขาเหตุใดจึงมาอยู่ในมือเจ้า?”
เว่ยอวี่ซิวใบหน้าเต็มไปด้วยความขมขื่น “เขาบอกว่าข้าเป็นคนทรยศเขาเพราะป้ายคำสั่งนี้ย่อมต้องใช้ป้ายคำสั่งนี้มาจบเรื่อง…”
กล่าวยังไม่ถึงตรงนี้ เสียงระเบิดกึกก้องดังแว่วมาจากทิศทางของวังหลวง
ทุกคนต่างเงยหน้ามองไปโดยสัญชาตญาณ
เมืองหลวงย