นหอสังเกตดวงดาว หอสังเกตดวงดาวสูงถึงหนึ่งร้อยจั้งตั้งตระหง่านอยู่อย่างมั่นคง มีสีดำสนิทเหมือนหมึก มีตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นจากหินอัคคีทมิฬที่ผ่านการหลอมแล้วสามารถทนทานต่อการโจมตีเต็มกำลังของบรรพชนขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์ได้
เมื่อมองหอสังเกตดวงดาวจากระยะไกล ลูเยียก็ขมวดคิ้วอย่างเงียบๆ
สถานที่แห่งนี้มีการป้องกันที่หนาแน่นมาก รอบๆ หอสังเกตดวงดาวมีทหารรักษาพระองค์ประจำการอยู่สามร้อยนาย
เว้นเสียแต่ว่าจะสามารถกำจัดพวกเขาได้ในคราวเดียว มิเช่นนั้นหากมีความเคลื่อนไหวผิดปกติเพียงเล็กน้อยย่อมต้องทำให้อีกฝ่ายตื่นตัวอย่างแน่นอน แต่นั่นยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ปัญหาที่แท้จริงคือบนหอสังเกตดวงดาวแห่งนั้นยังมีพลังลมปราณขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์อันแข็งแกร่งถึงสี่สายแผ่ออกมา
นี่คือด่านที่ยากลำบากที่สุด
“ดูเหมือนว่าการจะเข้าควบคุมค่ายกลเปลวเพลิงลี้ลับจื่อเวยจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย…”
ลูเยียยืนนิ่งอยู่กับที่ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายก็ตัดสินใจลงมือ
ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้ได้ แต่ต้องจัดการให้เสร็จโดยเร็วที่สุดเท่านั้น แม้ว่าจะไม่สามารถควบคุมค่ายกลเปลวเพลิงลี้ลับจื่อเวยได้ แต่ก็ต้องทำลายมันให้ได้ มิเช่นนั้นมันจะกลายเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่ซ่อนเร้นอยู่อย่างแน่นอน
ร่างของลูเยียลบหายไปอย่างเงียบเชียบราวกับเป็นเงาสีดำสายหนึ่ง พุ่งไปทางเหนือหอสังเกตดวงดาว สายฝนเทกระหน่ำยามราตรีมืดสนิท บนหอสังเกตดวงดาว ปรมาจารย์ยุทธแห่ง