ลังของค่ายกลนี้แข็งแกร่งถึงขั้นที่สามารถสังหารบรรพชนขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างง่ายดาย’
ในโสตประสาทของลูเยียคล้ายกับมีเสียงของอ๋องฟูไหหรือเซียหลิงเถียนดังขึ้นอีกครั้ง
“ค่ายกลนี้ตั้งอยู่บนหอสังเกตดวงดาวในวังหลวง มีปรมาจารย์ยุทธแห่งโลกมนุษย์ขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์ถึงสี่คนคอยเฝ้าอยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันพวกเขาก็เป็นผู้ควบคุมค่ายกลเปลวเพลิงลี้ลับจื่อเวยด้วย หากทำให้พวกเขาตื่นตัว แม้บรรพชนขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์ก็ยากจะหนีความตายได้!”
เมื่อนึกถึงคำพูดเหล่านี้ของอ๋องฟูไห ลูเยียก็อดรู้สึกทึ่งไม่ได้ว่าราชวงศ์เชียงสมแล้วที่เป็นผู้ปกครองโลกมนุษย์ รากฐานนั้นช่างลึกลับและแข็งแกร่งยิ่งนัก
พระราชวังแห่งนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาล อาคารโบราณสถานตั้งตระหง่านอยู่มากมายอย่างแน่นขนัด คนทั่วไปที่เข้ามาในที่แห่งนี้มักจะหลงทางได้อย่างง่ายดาย ทว่าลูเยียกลับเดินเหินอย่างคล่องแคล่วประหนึ่งเป็นบ้านตนเอง ในความทรงจำของเขามีแผนที่พระราชวังฉบับหนึ่งที่อ๋องฟูไห่ได้วาดไว้ด้วยมือของเขาเอง ลูเยียได้คำนวณเส้นทางที่ปลอดภัยและยากต่อการตรวจพบที่สุดไว้เรียบร้อยแล้ว
ด้วยวิชาซ่อนกลิ่นอายของเขา ตราบใดที่ไม่ลงมือทำอะไร แม้บรรพชนขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์ก็ยังยากที่จะค้นพบ อีกทั้งคืนนี้ยังมีฝนตกหนักอีกด้วย ช่างเอื้ออำนวยต่อการซ่อนตัวและลอบเข้ามาเป็นอย่างยิ่ง
ถึงแล้ว!
ตลอดเส้นทางผ่านไปอย่างราบรื่น ในที่สุดลูเยียก็มองเห็