ห้เจ้าจะตะโกนเสียงดังเพียงใดเสียงก็ไม่มีทางเล็ดลอดออกไปข้างนอกและไม่มีใครมาช่วยเจ้าได้หรอก”
สีหน้าของเว่ยอวี่ซิวเปลี่ยนไปอีกคราเขากวาดตามองไปรอบด้านตระหนักถึงความไม่ชอบมาพากล “เจ้าวางค่ายกลรอบลานเรือนของข้าหรือ?”
ลูเยียไม่ได้ปฏิเสธ “ยามนี้องค์ชายใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง?”
เว่ยอวี่ซิวมีสีหน้าซับซ้อน “จะเป็นอย่างไรได้เล่า เมื่อสิ้นอำนาจในชั่วข้ามคืนก็ร่วงหล่นลงสู่เหวลึกสูญเสียอำนาจทั้งหมดไม่ต่างอะไรกับนักโทษที่รอให้คนอื่นเชือดเฉือนตามใจชอบ!”
เขาเงยหน้ามองลูเยียแล้วกัดฟันกล่าวว่า “ถึงแม้เจ้าจะสังหารข้า ข้าก็จะพูดว่าการร่วมมือกับพวกเจ้าตระกูลลูเป็นเรื่องที่ข้าและองค์ชายใหญ่เสียใจที่สุดในชีวิตนี้!”
“ในอดีตข้าคือผู้มีหน้ามีตาในเมืองหลวงแห่งนี้มีแต่คนล้อมหน้าล้อมหลังพลุกพล่านไปด้วยเกียรติยศแต่เจ้าดูข้าตอนนี้สิต่างอะไรกับสุนัขที่ไร้บ้าน?”
เว่ยอวี่ซิวยิ่งพูดก็ยิ่งโกรธ “ทั้งหมดนี่ล้วนเป็นเพราะตระกูลลูของพวกเจ้าที่ทำลายข้า!”
ลูเยียยิ้มเล็กน้อย ปลายนิ้วแหลมคมดั่งคมดาบจ่อเข้าที่ลำคอของเว่ยอวี่ซิวทิ่มทะลุผิวหนังที่ลำคอเลือดสดไหลลงมาเป็นทาง
เว่ยอวี่ซิวเกร็งไปทั้งร่างแล้วตะโกนด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว “เจ้าลับอายจนคิดจะสังหารคนปิดปากงั้นหรือ?”
ลูเยียกล่าว “เจ้าไม่ใช่ว่าไม่กลัวตายหรอกหรือ? ข้าจะนับถึงสามหากเจ้าไม่คุกเข่าลงข้าก็จะสังหารเจ้าเสีย”
หนึ่ง
“อึก!”
น้ำเสียงที่เย็นชาและเฉยเมยดังขึ้นพร้อมกับเสีย