งพวกเราออกและไม่มีทางยอมเลิกราแน่ ท่านใต้เท้าเตรียมแผนรับมือไว้แล้วหรือยังเจ้าคะ?”
เชียงปอฉวีส่ายหน้าพลางกล่าว “ในแผนการของข้า เสวียนหงต้องถูกรั้งตัวอยู่ในวังหลวงเป็นเวลาสามวัน หลังจากสามวันไปต่อให้เขารู้ความจริงก็สายเกินไปแล้ว”
“แต่ข้ากลับคิดไม่ถึงว่าเขาจะออกจากวังหลวงมาในวันนี้เลย โชคดีที่พานกุ้ยเฟยส่งข่าวมาให้ข้าทราบเรื่องนี้ หลังจากนั้นข้าจึงส่งข่าวให้ซุนจื่อโหยวล่วงหน้าให้เขาจับตัวลูเยียให้ได้ก่อนที่จีเสวียนหงจะกลับมา”
กล่าวถึงตรงนี้เชียงปอฉวีขมวดคิ้วกล่าวว่า “แต่เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น พวกซุนจื่อโหยวทั้งหมดวางแผนอย่างรอบคอบแต่กลับไม่สามารถจับลูเยียได้ ซ้ำร้ายยังถูกลูเยียสังหารทั้งหมด…”
เชียงปอฉวีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกล่าวว่า “ยังดีที่สุดท้ายลูเยียก็ตาย ต่อให้จีเสวียนหงเกลียดที่พวกเรายืมดาบฆ่าคนแล้วเขาจะทำอย่างไรได้?”
สตรีชุดดำกล่าวอย่างเสียดาย “แผนการมากมายที่พวกเราเตรียมไว้ยังไม่ทันได้ใช้เขาก็ตายเสียก่อน…”
เชียงปอฉวีหัวเราะขืนออกมา “คงต้องโทษที่ข้าประเมินเจ้าเด็กนั่นสูงเกินไป ไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้ามาที่นี่เพียงลำพังจริงๆ ช่างโง่เง่าเหลือเกิน!”
ในแผนสังหารลูเยียครั้งนี้ เชียงปอฉวียังนำสำนักกระบี่เกาสวรรค์มาพิจารณารวมด้วย
แต่เชียงปอฉวีไม่คาดคิดจริงๆ ว่าลูเยียจะเชื่อฟังเช่นนั้น ถึงกับยอมมาเพียงคนเดียวจริงๆ จนทำให้แผนการทั้งหมดของเขาไม่ทันได้ใช้ประโยชน์เลย ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งนี